เป็นที่ทราบกันดีว่า หนึ่งในสัญญาณของการเติบโตในบริษัท ก็คือการขยายมูลค่าและขนาดขององค์กร ในประวัติศาสตร์การทำธุรกิจ ของบริษัทที่มั่งคั่งที่สุดกว่า 500 แห่ง มักจะต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่คับขัน ที่จะต้องขยายธุรกิจของตัวเองให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ มันเป็นสิ่งที่ท้าทายคุณอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่สำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ คุณสามารถอ้างอิงแนวทางปฏิบัติต่อไปนี้ ที่ส่งต่อจากบริษัทที่เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาแล้ว

 

  1. ว่าจ้างบุคคลที่มีคุณภาพ

เพราะออฟฟิตทุกที่จำเป็นจะต้องมีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีคุณสมบัติเหมาะสม บริษัทที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่เพียงแต่จะรับคนที่เหมาะสมกับงานเท่านั้น แต่พวกเขาต้องมั่นใจว่า พนักงานคนนั้นได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี ที่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายความสำเร็จขององค์กร วัฒนธรรมองค์กรจึงเป็นแนวคิดสำคัญที่จะกำหนดแนวทางการว่าจ้าง เพื่อความอยู่รอดในการขยายตัวของธุรกิจ คุณจึงจำเป็นที่จะต้องหาตัวช่วยที่ใช่กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ

 

  1. ประเมินความมั่นคงในการขยายธุรกิจ

มันอาจเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อม สำหรับบริษัทที่ต้องการขยายธุรกิจแต่ไม่เคยประเมินความมั่นคงของตัวเอง เพราะหากคุณเป็นบริษัทที่กำลังเติบโตคุณต้องแน่ใจด้วยว่า คุณมีแผนรับมือการสถานการณ์ต่างๆ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเพราะมันล้วนแต่มีผลกระทบต่อการขยายกิจการของคุณ  อย่าคิดที่จะเริ่มทำสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ เช่น ไม่มีการตรวจสอบทรัพยากรที่มี ว่าพร้อมและเพียงพอกับการเติบโตหรือไม่ รวมถึงในส่วนของบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จะต้องพร้อมจริง เพื่อจัดการกับการขยายธุรกิจใหม่ๆได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง

 

  1. ดำเนินงานโดยระบบฐานข้อมูลส่วนกลาง

เป็นที่รู้กันว่า หลากหลายธุรกิจที่สามารถเอาตัวรอดได้ในช่วงของการเจริญเติบโต มักจะวางโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับส่วนกลางเอาไว้ อาทิเช่น การบริหารงานแบบ centralized เช่น บริษัท A และ B ใช้ทีมบัญชีเดียวกันในการจัดการบัญชี ในกรณีที่ต้องขยายสาขา ใช้ฐานข้อมูลส่วนกลางบนระบบคลาวด์ แทนความยุ่งยากในการมีเซิร์ฟเวอร์หลายๆตัวในแต่ละสาขา

 

ด้วยการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น NESTED คุณสามารถบริหารจัดการบริษัทของคุณที่มีทั้งหมด ผ่านการเข้าสู่ระบบเพียงแค่หนึ่งเดียว แถม NESTED ยังมีข้อเสนอสำหรับการใช้งานระบบคลาวด์ ซึ่งจะไม่ต้องปวดหัวกับการจัดการเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป