1. คำนิยาม
- คำที่ใช้ใน DPA นี้ให้มีความหมายตาม PDPA เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดย “ข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ควบคุมข้อมูล” “ผู้ประมวลผลข้อมูล” “เจ้าของข้อมูล” และ “การประมวลผล” ให้มีความหมายตามที่กำหนดใน PDPA
- “ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบและผู้ให้บริการประมวลผลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล ตามรายละเอียดใน Annex A
2. บทบาทและขอบเขตการประมวลผล
- ผู้ใช้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล
- ขอบเขต ลักษณะ วัตถุประสงค์ ระยะเวลาของการประมวลผล ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล และกลุ่มเจ้าของข้อมูล เป็นไปตามที่ระบุใน Annex A
3. การประมวลผลตามคำสั่ง
- ผู้ให้บริการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลเฉพาะตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อการให้บริการ และตามที่กำหนดใน DPA นี้ เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ต้องประมวลผลเป็นอย่างอื่น ซึ่งในกรณีเช่นนั้นผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ใช้บริการเท่าที่กฎหมายอนุญาต
- หากผู้ให้บริการเห็นว่าคำสั่งใดอาจขัดต่อ PDPA หรือกฎหมายอื่น ผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ใช้บริการโดยไม่ชักช้า
4. การรักษาความลับ
- ผู้ให้บริการจะกำหนดให้บุคลากรที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลอยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับ และเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ (need-to-know)
5. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
- ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37(1) แห่ง PDPA และตามที่ระบุใน Annex B เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
6. ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Sub-processor)
- ผู้ใช้บริการอนุญาตโดยทั่วไปให้ผู้ให้บริการใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงตามรายชื่อใน Annex C เพื่อการให้บริการ
- ผู้ให้บริการจะกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงมีหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลไม่น้อยกว่าที่กำหนดใน DPA นี้ และผู้ให้บริการยังคงรับผิดชอบต่อการดำเนินการของผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง
- หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง ผู้ให้บริการจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยการปรับปรุงรายชื่อใน Annex C บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ซึ่งให้ถือเป็นการแจ้งตามข้อนี้ และผู้ใช้บริการมีสิทธิคัดค้านโดยมีเหตุอันสมควรภายในระยะเวลาดังกล่าว
7. การช่วยเหลือผู้ควบคุมข้อมูล
- ผู้ให้บริการจะช่วยเหลือผู้ใช้บริการตามสมควรในการตอบสนองคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลตามมาตรา 30 ถึง 36 แห่ง PDPA โดยคำนึงถึงลักษณะของการประมวลผล
- ผู้ให้บริการจะช่วยเหลือผู้ใช้บริการตามสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงปลอดภัย การแจ้งเหตุละเมิด และการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล (ถ้ามี)
8. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- เมื่อผู้ให้บริการทราบว่ามีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล ผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ใช้บริการโดยไม่ชักช้า พร้อมข้อมูลที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้ผู้ใช้บริการปฏิบัติหน้าที่การแจ้งเหตุตามกฎหมายได้
9. การลบหรือคืนข้อมูลเมื่อสิ้นสุดบริการ
- เมื่อสิ้นสุดการให้บริการ ผู้ให้บริการจะลบหรือคืนข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลตามที่ผู้ใช้บริการเลือก ภายในกรอบเวลาการส่งออกและการลบข้อมูลที่กำหนดในข้อกำหนด เว้นแต่ที่ต้องเก็บรักษาไว้ตามกฎหมายหรือระบบสำรองข้อมูลตามปกติ
10. การตรวจสอบ (Audit)
- ผู้ให้บริการจะจัดให้มีข้อมูลตามสมควรเพื่อแสดงการปฏิบัติตาม DPA นี้ และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบที่ผู้ใช้บริการหรือผู้ตรวจสอบที่ผู้ใช้บริการมอบหมายร้องขอตามสมควร โดยแจ้งล่วงหน้าและไม่รบกวนการดำเนินงานเกินสมควร
11. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
- ผู้ให้บริการอาจประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลผ่านผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงที่มีศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศตามที่ระบุใน Annex C โดยจะดำเนินการตามเงื่อนไขและมาตรการการโอนข้อมูลระหว่างประเทศตามมาตรา 28 และ 29 แห่ง PDPA
12. ความรับผิด
- ความรับผิดของคู่สัญญาภายใต้ DPA นี้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดความรับผิดที่กำหนดในข้อกำหนด เว้นแต่ความรับผิดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้จำกัดหรือยกเว้น
13. ระยะเวลาและการมีผล
- DPA นี้มีผลตราบเท่าที่ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด
Annex A — รายละเอียดการประมวลผล
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|
| วัตถุประสงค์การประมวลผล | เพื่อให้บริการระบบ ERP และบริการที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ใช้บริการ |
| ลักษณะการประมวลผล | การจัดเก็บ บันทึก จัดระบบ ใช้ ส่ง และลบข้อมูล ตามการใช้งานระบบ |
| ระยะเวลา | ตลอดระยะเวลาการให้บริการ และตามกรอบการลบ/ส่งออกข้อมูลในข้อกำหนด |
| ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล | ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบ โดยทั่วไปได้แก่ ชื่อ–นามสกุล ตำแหน่งงาน ชื่อกิจการ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อมูลบัญชีธนาคารและการชำระเงิน รายการซื้อ–ขายและยอดหนี้ที่ผูกกับบุคคลธรรมดา ตลอดจนข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานระบบ (ชื่อผู้ใช้ สิทธิ์การเข้าถึง และบันทึกการใช้งาน) |
| กลุ่มเจ้าของข้อมูล | ผู้ใช้งานระบบของผู้ใช้บริการ (พนักงาน) ผู้ติดต่อของลูกค้า ผู้ติดต่อของคู่ค้าและผู้ขาย และบุคคลธรรมดาที่เป็นคู่สัญญาของผู้ใช้บริการ |
| ข้อมูลอ่อนไหว | ไม่มีการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวโดยระบบ (หากในอนาคตมีโมดูลที่เกี่ยวข้อง ให้ปรับปรุงส่วนนี้) |
| Crisp | ระบบแชทสนับสนุนผู้ใช้งานภายในระบบ | สหภาพยุโรป (ฝรั่งเศส) |
| Google Workspace | อีเมลและพื้นที่จัดเก็บเอกสารสำหรับการติดต่อและให้บริการ | สหรัฐอเมริกา |
Annex B — มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (TOMs)
- การควบคุมการเข้าถึง: การยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิตามบทบาท และการใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย
- การเข้ารหัสข้อมูล: การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างรับส่ง (in transit) และขณะจัดเก็บ (at rest)
- การสำรองข้อมูลและการกู้คืน: การสำรองข้อมูลตามรอบ และแผนการกู้คืนระบบ
- การบันทึกและตรวจสอบ (Logging & Monitoring): การเก็บ log การเข้าถึงและการเฝ้าระวังภัยคุกคาม
- การบริหารช่องโหว่และการอัปเดต: การตรวจและปรับปรุงระบบให้ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
- การบริหารเหตุการณ์: กระบวนการรับมือและแจ้งเหตุละเมิดข้อมูล
Annex C — รายชื่อผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Sub-processors)
| ผู้ให้บริการ | บริการ | ที่ตั้ง/ภูมิภาค |
|---|
| Microsoft Azure | Cloud Infrastructure / การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล | สิงคโปร์ (Singapore) |
| บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) — INET | ผู้ให้บริการนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice / e-Receipt) | ประเทศไทย |
| Intuit Mailchimp | การส่งอีเมลถึงผู้ติดต่อตามที่ผู้ใช้บริการกำหนด | สหรัฐอเมริกา |
รายชื่อข้างต้นเป็นรายชื่อ ณ วันที่ปรับปรุงล่าสุดของเอกสารฉบับนี้ หากมีการเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง ผู้ให้บริการจะแจ้งล่วงหน้าตามข้อ 6.3
ขอบเขตของเอกสารฉบับนี้: DPA ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบเท่านั้น สำหรับข้อมูลที่ Nested เป็นผู้ควบคุมข้อมูลเอง เช่น ข้อมูลผู้ติดต่อและข้อมูลการเรียกเก็บค่าบริการ ดูที่
ประกาศความเป็นส่วนตัว หากต้องการ DPA ฉบับลงนาม กรุณาติดต่อ
privacy@nested.co.th