Nested / ข้อกำหนดและเงื่อนไข

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ

ปรับปรุงล่าสุด 1 ตุลาคม 2569 บริษัท เนสเตด จำกัด

เมื่อผู้ใช้บริการสร้างบัญชี สั่งซื้อ หรือใช้บริการ ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้ และรับรองว่าผู้ที่ดำเนินการดังกล่าวมีอำนาจกระทำการแทนผู้ใช้บริการ

ลำดับความสำคัญของเอกสาร: หากมีข้อความในเอกสารต่อไปนี้ขัดหรือแย้งกัน ให้ใช้เอกสารตามลำดับก่อน–หลังดังนี้ (1) Order Form ใบเสนอราคา หรือข้อตกลงเฉพาะรายที่ลงนามโดยคู่สัญญา เฉพาะในส่วนที่ขัดหรือแย้ง (2) Data Processing Addendum (DPA) (3) ข้อกำหนดฉบับนี้ และ (4) Privacy Notice

1. คำนิยาม

  1. “บริการ” หมายถึง ซอฟต์แวร์ ERP บนระบบออนไลน์ของผู้ให้บริการ รวมถึงฟังก์ชันและบริการที่เกี่ยวข้องตามแพ็กเกจที่ผู้ใช้บริการสมัคร
  2. “ข้อมูลของผู้ใช้บริการ” หมายถึง ข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลอื่นที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบ
  3. “Order Form” หมายถึง เอกสารการสั่งซื้อ ใบเสนอราคา หรือข้อตกลงเฉพาะรายที่คู่สัญญาตกลงกัน ซึ่งระบุแพ็กเกจ ค่าบริการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
  4. “ค่าบริการรายงวด” (Subscription Fee) หมายถึง ค่าบริการใช้งานระบบตามรอบบริการ ไม่รวมค่าปรับแต่งระบบ (Customization) ค่าติดตั้ง ค่าอบรม ค่าที่ปรึกษา หรือค่าบริการแบบครั้งเดียว
  5. “Power User” หมายถึง ผู้ติดต่อหลักที่ผู้ใช้บริการกำหนดให้เป็นผู้ประสานงานและดูแลบัญชีกับผู้ให้บริการ
  6. “ข้อมูลอันเป็นความลับ” หมายถึง ข้อมูลที่ฝ่ายหนึ่งเปิดเผยแก่อีกฝ่ายซึ่งโดยลักษณะหรือโดยการระบุถือเป็นความลับ รวมถึงข้อมูลทางธุรกิจ เทคนิค ราคา และข้อมูลของผู้ใช้บริการ แต่ไม่รวมข้อมูลตามข้อยกเว้นในข้อ 9
  7. “รอบบริการ” หมายถึง ระยะเวลาการให้บริการตามที่ระบุใน Order Form โดยรอบมาตรฐานมีระยะเวลา 12 เดือน เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น

2. การให้บริการ

  1. ผู้ให้บริการจะใช้ความพยายามตามสมควรในการให้บริการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับลักษณะของบริการ
  2. บริการอาจไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราวเนื่องจากการบำรุงรักษา การปรับปรุงระบบ เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจากผู้ให้บริการภายนอก
  3. บริการบางส่วนอาจเชื่อมต่อกับระบบของบุคคลที่สาม เช่น ธนาคาร แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือผู้ให้บริการ API ซึ่งผู้ให้บริการไม่รับประกันความพร้อมใช้งานหรือการเปลี่ยนแปลงของบริการเหล่านั้น
  4. ผู้ให้บริการอาจปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันของบริการได้ โดยจะไม่ลดทอนการทำงานหลักที่ผู้ใช้บริการชำระค่าบริการแล้วอย่างมีนัยสำคัญภายในรอบบริการนั้น เว้นแต่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงบริการจากบุคคลที่สาม

3. บัญชีผู้ใช้และหน้าที่ของผู้ใช้บริการ

  1. ผู้ใช้บริการต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันสำหรับการสมัครและการใช้บริการ และต้องแจ้งผู้ให้บริการโดยเร็วหากมีการเปลี่ยนแปลง Power User
  2. ผู้ใช้บริการต้องควบคุมสิทธิการเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้งานภายในองค์กร และรับผิดชอบต่อการใช้งานของผู้ใช้งานเหล่านั้น
  3. ผู้ใช้บริการต้องจัดให้มีสิทธิ ใบอนุญาต ฐานทางกฎหมาย และการแจ้งหรือขอความยินยอมที่จำเป็นสำหรับข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบ
  4. ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องไม่:
    • หลีกเลี่ยงหรือเจาะข้อจำกัดทางเทคนิคของระบบ
    • แก้ไข ดัดแปลง หรือสร้างงานลอกเลียนแบบจากซอฟต์แวร์ ทำวิศวกรรมย้อนกลับ หรือพยายามเข้าถึง source code
    • เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • ใช้บริการในลักษณะที่อาจทำให้ระบบหรือผู้ใช้งานรายอื่นเสียหาย
    • นำข้อมูลที่ละเมิดกฎหมายหรือสิทธิของบุคคลอื่นเข้าสู่ระบบ
    • ขายต่อหรือให้บุคคลอื่นใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการ
  5. ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการตรวจสอบ (Audit) ปริมาณและลักษณะการใช้งานบัญชี เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดและแพ็กเกจที่สมัคร หากพบการใช้งานผิดเงื่อนไขหรือการแบ่งปันบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมตามอัตราที่ระบุใน Order Form หรือใบเสนอราคาที่เกี่ยวข้อง

4. ข้อมูลของผู้ใช้บริการ

  1. ผู้ใช้บริการยังคงเป็นเจ้าของข้อมูลของผู้ใช้บริการ และรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ครบถ้วน และความชอบด้วยกฎหมายของข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบ รวมถึงข้อมูลทางบัญชี ภาษี การเงิน สินค้า ลูกค้า และพนักงาน
  2. ผู้ใช้บริการอนุญาตให้ผู้ให้บริการจัดเก็บ คัดลอก ประมวลผล และส่งข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการ ดูแลระบบ รักษาความปลอดภัย แก้ไขปัญหา และปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้
  3. ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลการใช้งานระบบเพื่อจัดทำสถิติและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของบริการ โดยข้อมูลที่นำไปใช้หรือเปิดเผยจะอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการหรือบุคคลได้
  4. ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการสำรองข้อมูลและความปลอดภัยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการควรจัดเก็บสำเนาข้อมูลสำคัญของตนเองไว้ด้วย ทั้งนี้ ข้อความนี้ไม่เป็นการยกเว้นความรับผิดของผู้ให้บริการในกรณีที่ข้อมูลสูญหายอันเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ
  5. การส่งออกและการเก็บรักษาข้อมูลหลังสิ้นสุดบริการเป็นไปตามข้อ 11

5. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

  1. สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครและผู้ใช้งานบัญชี เช่น Power User ผู้ดูแลบัญชี และข้อมูลสำหรับเรียกเก็บค่าบริการ ผู้ให้บริการทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุใน Privacy Notice
  2. สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบเพื่อดำเนินธุรกิจ เช่น ข้อมูลพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้ติดต่อของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ให้บริการทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ
  3. การประมวลผลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลเป็นไปตาม Data Processing Addendum (DPA) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้ และมีผลเหนือข้อ 5 นี้เฉพาะในส่วนที่ขัดหรือแย้งกัน

6. การสนับสนุนและการเข้าถึงระบบ

  1. ผู้ให้บริการให้บริการช่วยเหลือทางเทคนิคตามช่องทางและเวลาที่กำหนดในแพ็กเกจหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
  2. ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการอาจจำเป็นต้องเข้าถึงระบบหรือควบคุมเครื่องของผู้ใช้บริการจากระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะขออนุญาตผู้ใช้บริการก่อน และจำกัดการเข้าถึงเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ พร้อมใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม

7. ค่าบริการและการชำระเงิน

  1. ค่าบริการเป็นไปตาม Order Form หรือใบเสนอราคาที่เกี่ยวข้อง โดยรอบบริการมาตรฐานมีระยะเวลา 12 เดือน เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น
  2. การต่ออายุเป็นไปตามเงื่อนไขใน Order Form โดยผู้ให้บริการจะแจ้งเงื่อนไขการต่ออายุและค่าบริการที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าตามสมควร
  3. การอัปเกรดบริการระหว่างรอบบริการอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม
  4. ค่าบริการยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบ หากผู้ใช้บริการมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมาย ผู้ใช้บริการจะจัดส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการตามกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด
  5. ค่าบริการที่ชำระแล้วไม่สามารถขอคืนได้ เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น หรือกรณีที่ผู้ใช้บริการบอกเลิกข้อตกลงเนื่องจากผู้ให้บริการผิดข้อกำหนดในสาระสำคัญตามข้อ 12
  6. หากผู้ใช้บริการมีค่าบริการที่ถึงกำหนดชำระโดยไม่มีข้อโต้แย้งโดยสุจริต ผู้ให้บริการอาจระงับบริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ หลังจากแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และผู้ใช้บริการยังมิได้ชำระภายในกำหนดดังกล่าว

8. ทรัพย์สินทางปัญญา

  1. ซอฟต์แวร์ ระบบ เว็บไซต์ User Interface เครื่องหมายการค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ และองค์ประกอบทั้งหมดของบริการ เป็นทรัพย์สินของผู้ให้บริการหรือผู้ให้สิทธิแก่ผู้ให้บริการ
  2. ผู้ใช้บริการได้รับเพียงสิทธิใช้บริการตามข้อกำหนดนี้ตลอดระยะเวลาที่มีสิทธิใช้บริการ และไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาในซอฟต์แวร์ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการยังคงเป็นเจ้าของข้อมูลของผู้ใช้บริการ
  3. ข้อเสนอแนะหรือ feedback ที่ผู้ใช้บริการให้แก่ผู้ให้บริการ อาจถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงบริการได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มเติม

9. การรักษาความลับ

  1. คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องรักษาข้อมูลอันเป็นความลับของอีกฝ่าย ใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลง และไม่เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่แก่บุคลากร ที่ปรึกษา หรือผู้รับจ้างที่จำเป็นต้องรู้และอยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับ
  2. หน้าที่นี้ไม่ใช้กับข้อมูลที่เป็นข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลที่ได้รับโดยชอบจากบุคคลที่สาม ข้อมูลที่ฝ่ายรับพัฒนาขึ้นเองโดยอิสระ หรือข้อมูลที่กฎหมายหรือคำสั่งเจ้าพนักงานกำหนดให้เปิดเผย
  3. หน้าที่รักษาความลับมีผลตลอดระยะเวลาของข้อตกลงและต่อเนื่องอีก 3 ปีนับแต่วันสิ้นสุดข้อตกลง เว้นแต่ข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าซึ่งได้รับความคุ้มครองตราบเท่าที่ยังคงสถานะเป็นความลับทางการค้า
  4. เมื่อสิ้นสุดข้อตกลง หรือเมื่อได้รับการร้องขอ ฝ่ายรับต้องคืนหรือทำลายข้อมูลอันเป็นความลับที่อยู่ในความครอบครองตามสมควร เว้นแต่ที่ต้องเก็บรักษาไว้ตามกฎหมายหรือระบบสำรองข้อมูลตามปกติ

10. การรับประกันและการจำกัดความรับผิด

  1. ผู้ให้บริการจะให้บริการด้วยความระมัดระวังและความสามารถตามสมควร แต่ไม่รับประกันว่าบริการจะปราศจากข้อผิดพลาด หรือตอบสนองวัตถุประสงค์เฉพาะของผู้ใช้บริการได้ทุกกรณี
  2. เท่าที่กฎหมายอนุญาต ความรับผิดรวมสูงสุดของผู้ให้บริการจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการ ไม่ว่าตามสัญญา ละเมิด หรือฐานอื่นใด จะไม่เกิน ค่าบริการรายงวด (Subscription Fee) ที่ผู้ใช้บริการชำระจริงให้แก่ผู้ให้บริการในช่วง 12 เดือนก่อนวันที่เกิดเหตุแห่งการเรียกร้อง โดยไม่รวมค่าปรับแต่งระบบ (Customization) ค่าติดตั้ง ค่าอบรม ค่าที่ปรึกษา หรือค่าบริการแบบครั้งเดียว
  3. เท่าที่กฎหมายอนุญาต คู่สัญญาจะไม่รับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม การสูญเสียกำไร รายได้ โอกาสทางธุรกิจ หรือความเสียหายอันเป็นผลสืบเนื่องจากการใช้บริการ
  4. ข้อจำกัดและข้อยกเว้นในข้อนี้ไม่ใช้กับความรับผิดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้จำกัดหรือยกเว้น รวมถึงความรับผิดอันเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  5. ในกรณีที่คู่สัญญาตกลงระดับการให้บริการ (SLA) กันเป็นลายลักษณ์อักษร การเยียวยาที่ระบุใน SLA (เช่น เครดิตค่าบริการ) ถือเป็นการเยียวยาเบ็ดเสร็จและเด็ดขาดเพียงประการเดียวสำหรับกรณีที่ระบบไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานดังกล่าว

11. ข้อมูลหลังสิ้นสุดบริการและการชดเชยความเสียหาย

  1. หลังสิ้นสุดบริการ ผู้ให้บริการจะเปิดให้ผู้ใช้บริการส่งออกข้อมูลของผู้ใช้บริการในรูปแบบมาตรฐานที่ระบบรองรับ ภายใน 60 วันนับจากวันที่บริการสิ้นสุด
  2. ผู้ให้บริการจะไม่ลบหรือทำลายข้อมูลของผู้ใช้บริการในระหว่างที่มีข้อพิพาทที่ยังไม่ยุติระหว่างคู่สัญญาซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้น และจะแจ้งเตือนผู้ใช้บริการตามสมควรก่อนดำเนินการลบข้อมูลเมื่อพ้นกำหนดการส่งออก
  3. เมื่อพ้นกำหนดการส่งออกและไม่มีข้อพิพาทค้างอยู่ ผู้ให้บริการอาจลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการอาจเก็บข้อมูลบางส่วนที่ตนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลไว้ต่อเท่าที่จำเป็นตามที่ระบุใน Privacy Notice เช่น เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายบัญชีและภาษี หรือการระงับข้อพิพาท
  4. การชดเชยความเสียหาย (Indemnification): ผู้ใช้บริการตกลงปกป้อง ชดเชย และเยียวยาผู้ให้บริการ (รวมถึงบริษัทในเครือ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน) จากความเสียหาย ค่าปรับ ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าทนายความตามสมควร) อันเกิดจากการเรียกร้องของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ข้อมูลของผู้ใช้บริการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการที่ผู้ใช้บริการใช้บริการขัดต่อข้อกำหนดฉบับนี้

12. การระงับและการเลิกบริการ

  1. ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกข้อตกลงได้ หากอีกฝ่ายผิดข้อกำหนดในสาระสำคัญและไม่แก้ไขภายใน 30 วันนับจากได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ผู้ให้บริการอาจระงับหรือยุติบริการทันทีในกรณีจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรง รักษาความปลอดภัยของระบบ หรือหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง
  3. หากผู้ใช้บริการเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงจนเป็นเหตุให้ยุติบริการ ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิขอคืนค่าบริการ เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น

13. การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด

ผู้ให้บริการอาจปรับปรุงข้อกำหนดนี้เป็นครั้งคราว หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน เว้นแต่กฎหมายหรือเหตุด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องดำเนินการเร็วกว่านั้น

หากผู้ใช้บริการไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ ผู้ใช้บริการมีสิทธิบอกเลิกบริการก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล การใช้บริการต่อไปหลังวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว

14. เหตุสุดวิสัย

คู่สัญญาจะไม่รับผิดต่อความล่าช้าหรือการไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด อันเกิดจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผล รวมถึงภัยธรรมชาติ การหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐาน การหยุดให้บริการของผู้ให้บริการโครงข่ายหรือระบบภายนอก และคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ เหตุสุดวิสัยไม่รวมถึงกรณีที่เกิดจากการที่ฝ่ายนั้นไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสมควร หากเหตุสุดวิสัยดำเนินต่อเนื่องเกิน 60 วัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกข้อตกลงโดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

15. ข้อกำหนดทั่วไป

  1. ความอยู่รอดของข้อกำหนด (Survival): ข้อกำหนดที่โดยสภาพต้องมีผลต่อไปหลังสิ้นสุดข้อตกลง รวมถึงข้อ 8 (ทรัพย์สินทางปัญญา) ข้อ 9 (การรักษาความลับ) ข้อ 10 (การจำกัดความรับผิด) ข้อ 11 (ข้อมูลหลังสิ้นสุดบริการและการชดเชยความเสียหาย) และข้อ 16 (กฎหมายและการระงับข้อพิพาท) ให้ยังคงมีผลต่อไป
  2. ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement): ข้อกำหนดนี้ ร่วมกับ Order Form, DPA และ Privacy Notice ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาในเรื่องบริการ และใช้แทนการเจรจา คำเสนอ หรือการสื่อสารก่อนหน้า (รวมถึงเอกสารการขายหรือสื่อโฆษณา) ที่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้
  3. หากข้อกำหนดใดไม่สามารถบังคับใช้ได้ ให้ข้อกำหนดส่วนที่เหลือยังคงมีผล และการไม่ใช้สิทธิหรือการล่าช้าในการใช้สิทธิไม่ถือเป็นการสละสิทธิ
  4. ผู้ใช้บริการไม่อาจโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อกำหนดนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ในขณะที่ผู้ให้บริการอาจโอนสิทธิหรือหน้าที่ให้แก่บริษัทในเครือหรือผู้รับโอนกิจการ โดยแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ
  5. การแจ้งทั่วไปตามข้อกำหนดนี้ เช่น การปรับปรุงเอกสาร การเปลี่ยนแปลงฟังก์ชัน หรือการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง ผู้ให้บริการอาจดำเนินการโดยประกาศบนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการหรือประกาศภายในระบบ โดยให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้รับการแจ้งแล้ว เมื่อพ้น 7 วันนับจากวันที่ประกาศ ทั้งนี้ การแจ้งที่กระทบสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญตามข้อ 13 การระงับหรือการเลิกบริการตามข้อ 12 และการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้งทางอีเมลไปยังผู้ติดต่อที่ระบุไว้ในบัญชีผู้ใช้ด้วย โดยให้ถือว่าได้รับแล้วในวันทำการถัดจากวันที่ส่ง
  6. การแจ้งจากผู้ใช้บริการถึงผู้ให้บริการ ให้ดำเนินการทางอีเมลตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์หรือใน Order Form ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ปรับปรุงข้อมูลผู้ติดต่อในบัญชีผู้ใช้ให้เป็นปัจจุบัน
  7. ข้อกำหนดฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ หากมีการจัดทำฉบับภาษาอื่นและมีข้อความขัดหรือแย้งกัน ให้ยึดฉบับภาษาไทยเป็นสำคัญ

16. กฎหมายและการระงับข้อพิพาท

ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย คู่สัญญาจะพยายามเจรจาระงับข้อพิพาทโดยสุจริตก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ข้อพิพาทอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลไทยที่มีเขตอำนาจ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง: ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) · ประกาศความเป็นส่วนตัว — ลำดับความสำคัญของเอกสารเป็นไปตามที่ระบุไว้ในหัวข้อ “ลำดับความสำคัญของเอกสาร” ด้านบน