Nested / คู่มือการใช้งาน / บัญชี
คู่มือการใช้งาน · Nested
22 บทความ

บัญชี

รวมวิธีใช้งานโมดูลบัญชี ตั้งแต่ผังบัญชีและทรัพย์สิน ไปจนถึงสมุดรายวัน ภาษี รายงานบัญชี และ Cost Center/งบประมาณ

ภาพรวม

1 บทความ

บัญชี (Accounting)FAQ 4อัปเดต

ธุรกรรมส่วนใหญ่ในระบบ Nested จะถูกบันทึกบัญชีให้อัตโนมัติ แต่ยังจำเป็นต้องตั้งค่าเมนูบัญชีให้ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน เพื่อให้รายงานทางการเงินถูกต้องและตรวจสอบได้

ผังบัญชีและการตั้งค่าพื้นฐาน

  • ผังบัญชี (Chart of Accounts) — โครงสร้างการจัดประเภทบัญชี
  • การเชื่อมโยงรหัสบัญชี — เชื่อมโยงการบันทึกบัญชีของแต่ละประเภทเอกสาร
  • ยอดยกมา — ตั้งต้นข้อมูลสำหรับบริษัทที่ย้ายมาจากระบบอื่น

ทรัพย์สินขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การซื้อ เช่น รถกระบะที่ซื้อมาเพื่อขายต่อถือเป็นสินค้าคงคลัง แต่หากซื้อมาใช้ในกิจการถือเป็นทรัพย์สินถาวร โดยทั่วไปมูลค่าทรัพย์สินมักเกิน 5,000 บาทจึงจะถูกจัดเป็นทรัพย์สิน ทั้งนี้เกณฑ์มูลค่าที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับนโยบายบัญชีของแต่ละบริษัท วงจรของทรัพย์สินมี 3 ขั้นตอนหลัก คือ การสั่งซื้อสินทรัพย์ การบันทึกค่าเสื่อม และการนำสินทรัพย์ออก

ระบบมีสมุดรายวันมาตรฐาน 5 ประเภทตามหลักบัญชี (ซื้อ ขาย รับเงิน จ่ายเงิน และทั่วไป) แม้ธุรกรรมส่วนใหญ่จะถูกบันทึกอัตโนมัติจากเอกสารต้นทางอยู่แล้ว

การรายงานและการปฏิบัติตามกฎหมาย

  • งบทดลอง สมุดรายวัน และรายงานยอดคงค้าง
  • การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและติดตามค่าเสื่อมราคา

ระบบคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มให้อัตโนมัติ และรองรับการยื่นภาษีแยกหรือรวมหลายสาขาตามสถานะการจดทะเบียน นอกจากนี้ยังรองรับการวางแผนงบประมาณผ่าน Cost Center

คำถามที่พบบ่อย4 ข้อ

?ต้องการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือจาก Perpetual เป็น Periodic ทำอย่างไร

การเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือทำได้โดยผู้มีสิทธิ์ Admin (หรือ Support หลังได้รับอนุมัติจาก Admin) ตามขั้นตอน

1. ไปที่เมนู "ตั้งค่า" > "บริษัท" 2. เลือกบริษัทที่ต้องการ กดปุ่มดำเนินการ "..." > "แก้ไข" 3. เลือกแท็บ "ตั้งค่าบัญชี" 4. เปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือจาก Perpetual เป็น Periodic

5. กดบันทึก แล้วไปกด "คำนวณสต็อกใหม่" ที่เมนูคลังสินค้าเพื่ออัปเดตข้อมูล การเปลี่ยนวิธีนี้ Support จะไม่ตั้งค่าให้เองโดยพลการ ต้องมีหลักฐานการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ (Admin) ของบริษัทก่อนจึงจะดำเนินการให้ได้

?ทำไมบันทึกเอกสารที่อ้างอิงกัน (เช่น IV/AI ที่อ้างอิงจาก SO) ไม่ได้ ระบบแจ้งว่าวันที่ไม่ถูกต้อง

ระบบมีการป้องกันไม่ให้เอกสารปลายทางที่อ้างอิงเอกสารอื่น (เช่น IV หรือ AI ที่อ้างอิงจาก SO) มีวันที่เอกสารเกิดขึ้นก่อนเอกสารต้นทาง หากพบข้อผิดพลาดนี้ต้องตรวจสอบและแก้ไขวันที่ของเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งชุดให้เรียงลำดับก่อนหลังให้ถูกต้อง กฎนี้จะถูกตรวจสอบทุกครั้งที่มีการแก้ไขเอกสารใดๆ ในชุดเดียวกัน แม้จะแก้ไขเพียงจุดเดียว (เช่น เปลี่ยนธนาคารที่รับเงิน) ก็ตาม ดังนั้นเอกสารเก่าที่สร้างไว้ก่อนระบบบังคับกฎนี้อาจมีวันที่ผิดลำดับหลงเหลืออยู่และต้องแก้ไขเมื่อพบ

?ทำไมลบเอกสารบันทึกบัญชี (เช่น IS) ที่รันเลขที่แล้วไม่ได้

ระบบป้องกันการลบเอกสารที่รันเลขที่ในระบบแล้ว เพื่อไม่ให้เลขที่เอกสารกระโดดข้ามและให้รันเลขที่เอกสารต่อเนื่องได้ หากไม่ต้องการใช้งานเอกสารนั้นแล้ว ให้ใช้ "ยกเลิกเอกสาร" แทนการลบ หมายเหตุ: หากลบไฟล์ต้นฉบับที่ใช้อัปโหลดเอกสารนั้นออก เอกสารที่เกิดจากไฟล์นั้นในระบบจะถูกลบออกไปด้วย

?มีลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระมานาน (แน่ใจว่าจะไม่ได้รับเงินแล้ว) ต้องการตัดหนี้สูญ ทำอย่างไร

สามารถทำได้ 2 วิธี คือ 1) ยกเลิกเอกสารใบแจ้งหนี้ (IV) หรือ 2) นำเอกสาร IV ไปลดหนี้ด้วยเอกสารใบลดหนี้ (CN) เพื่อลบยอดออกจากรายงาน ทั้งสองวิธีนี้จะทำให้ยอดหายไปจากรายงานยอดคงค้าง (การบันทึกบัญชีตัดหนี้สูญ Dr.หนี้สูญ Cr.ลูกหนี้ อาจต้องบันทึกเพิ่มเติมผ่านสมุดรายวันตามหลักบัญชี)

ผังบัญชี

3 บทความ

ผังบัญชี Chart of AccountsFAQ 4อัปเดต 26/07/2024
i

เพื่อแยกประเภทการลงบัญชี และง่ายต่อการตรวจสอบ

วิธีสร้างผังบัญชี

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ผังบัญชี > ผังบัญชี
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไขผังบัญชี

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ผังบัญชี
  2. 2เลือกผังบัญชีที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

ผัง
เลือกประเภทของผังบัญชี
ชื่อ (ไทย/อังกฤษ)
ระบุชื่อบัญชีทั้งสองภาษา
หมวดงบการเงิน
ระบุหมวดบัญชีแม่ที่สังกัด
บริษัท
เลือกบริษัทที่ใช้งานผังบัญชีนี้
รหัสบัญชีหลัก Nested Master
เชื่อมโยงรหัสบัญชีที่ลูกค้าสร้างเองเข้ากับรหัสหลักของระบบ
ระงับการใช้งาน
ปิดการใช้งานผังบัญชีนี้หากต้องการ
i

รหัสบัญชีหลัก Nested Master ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโปรแกรมเข้ากับรหัสบัญชีที่กำหนดเอง หากตั้งค่าไม่ถูกต้องจะส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของรายงานทางการเงินโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย4 ข้อ

?ทำไมเรียกงบของบริษัทหนึ่ง แต่มีผังบัญชีของอีกบริษัทแสดงขึ้นมาด้วย

สาเหตุเกิดจากผังบัญชี (GL) นั้นยังไม่ได้ติ๊กเปิดใช้งานให้กับบริษัทที่เอกสารอ้างถึง ทำให้ข้อมูลผังบัญชีขัดแย้งกับเอกสาร แก้ไขได้โดยเข้าไปติ๊กเปิดใช้งานบริษัทที่ถูกต้องในหน้าผังบัญชีนั้น และตรวจสอบเอกสารต้นทางว่าเลือกบริษัทถูกต้องแล้ว

?ทำไมช่อง GL ในหัวข้อ VAT/WHT ของเอกสารบางประเภทแก้ไขเองไม่ได้ หรือแก้แล้วกลับมาเป็นค่าเดิม

ตามหลักการออกแบบระบบ ข้อมูล GL ในส่วน VAT/WHT จะถูกบันทึกบัญชีให้อัตโนมัติตามผังบัญชีที่ตั้งไว้ จึงไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ปรับแก้ไขเองโดยตรง แต่หากฝืนแก้ไข GL ไว้ในการบันทึกครั้งแรกได้สำเร็จ เมื่อกลับเข้ามาทำรายการอื่นในเอกสารเดิม (เช่น แนบไฟล์เพิ่มเติม) ระบบจะเปลี่ยน GL กลับไปเป็นค่าที่ตั้งไว้ในระบบโดยอัตโนมัติอีกครั้ง วิธีแก้ไขเมื่อ GL ขึ้นผิดประเภท คือให้ลบยอดรวมในรายการออกแล้วเพิ่มรายการใหม่ ระบบจะคำนวณ GL ให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

?ทำไมงบทดลอง (TB) กับงบแสดงฐานะการเงิน (BS) แสดงยอดในบางผังบัญชีไม่ตรงกัน

หากเอกสาร (เช่น RS) ถูกกำหนดวันที่สร้างเอกสารก่อนวันที่เริ่มบันทึกบัญชีจริงใน Nested ข้อมูลนั้นจะไม่แสดงในรายงานงบทดลอง (TB) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้อง แต่จะยังคงแสดงใน BS ทำให้สองรายงานไม่ตรงกัน แนะนำให้สร้างเอกสารยอดยกมา (BF) เพิ่มเติมด้วยตนเอง เพื่อให้ยอดตรงกับ BS

?ทำไมเลือกดูรายงานแยกประเภท (GL) ของบัญชีลูกหนี้การค้าไม่ได้ และทำไม GL หนึ่งอ้างอิงเป็นบัญชีคุมของอีก GL แล้วบันทึก JV ไม่ผ่าน

บัญชีลูกหนี้การค้า (เช่น 11301) เป็นบัญชีคุม (control account) ตามค่าตั้งต้นของผังบัญชี ทำให้ไม่มีข้อมูลขึ้นมาให้เลือกดูแยกประเภทโดยตรง หากต้องการให้เลือกดูแยกประเภทได้ ต้องแก้ไขคุณสมบัติผังบัญชีให้ไม่เป็นบัญชีคุม ในอีกกรณีหนึ่ง หากผังบัญชี GL หนึ่งถูกอ้างอิงเป็น "บัญชีคุม" อยู่ในช่อง "แสดงในงบการเงิน" ของ GL อีกตัวหนึ่ง จะทำให้บันทึกสมุดรายวัน (JV) ไม่ผ่าน แก้ไขได้โดยเข้าเมนูบัญชี > ผังบัญชี > เลือก GL ที่เป็นปัญหา แล้วแก้ไขช่อง "แสดงในงบการเงิน" ให้ชี้ไปยัง GL ที่ถูกต้อง

การเชื่อมโยงรหัสบัญชี Accounting Code Linkageอัปเดต
i

เพื่อใช้เชื่อมโยงการบันทึกบัญชีสำหรับแต่ละเอกสาร

วิธีแก้ไขการเชื่อมโยงรหัสบัญชี

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ผังบัญชี > การเชื่อมโยงรหัสบัญชี
  2. 2เลือกเอกสารที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

ประเภทเอกสาร
ค่าเริ่มต้นของชื่อย่อเอกสาร ไม่สามารถแก้ไขได้
ประเภทสมุดรายวัน
ค่าเริ่มต้นของประเภท แก้ไขได้
คำอธิบายรายการ
ค่าเริ่มต้นที่ปรากฏบนเอกสารบันทึกบัญชี

ตั้งค่า

เดบิต
ระบุผังบัญชีด้านเดบิต
คำนวณยอดเดบิต
กำหนดวิธีดึงจำนวนเงินฝั่งเดบิต
เครดิต
ระบุผังบัญชีด้านเครดิต
คำนวณยอดเครดิต
กำหนดวิธีดึงจำนวนเงินฝั่งเครดิต
รายงานยอดคงค้าง
เลือกสำหรับรายการที่ต้องแสดงในรายงานยอดคงค้าง
ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด
เลือกหากรายการเป็นประเภทนี้
ภาษีขายรอเรียกเก็บ
เลือกหากรายการเป็นประเภทนี้
ยอดยกมา Beginning BalanceFAQ 2อัปเดต 27/11/2021
i

เพื่อเริ่มต้นการใช้งานระบบ สำหรับบริษัทที่ย้ายข้อมูลมาจากโปรแกรมอื่น เมื่อปิดงวดบัญชีเดิม ผู้ใช้ควรยกยอดคงเหลือมาตั้งต้นรอบบัญชีใหม่ในระบบ Nested

วิธีสร้างยอดยกมา

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ผังบัญชี > ยอดยกมา
  2. 2ระบบจะสร้างข้อมูลอัตโนมัติตามการสร้างบริษัท
i

สามารถอัปโหลดข้อมูลยอดยกมาแบบเป็นชุดได้ผ่านเมนู ตั้งค่า และฟีเจอร์อัปโหลดข้อมูลหลัก โดยเลือกประเภทข้อมูลเป็น “ยอดยกมา”

วิธีแก้ไขยอดยกมา

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ผังบัญชี > ยอดยกมา
  2. 2เลือกบริษัทที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

วันที่เริ่มต้น
ค่าเริ่มต้นตามวันที่เริ่มบันทึกบัญชี
บริษัท
ค่าเริ่มต้นตามบริษัทที่สร้างขึ้น
คู่ค้า
ต้องสร้างข้อมูลคู่ค้าไว้ก่อน
ยอดรวมเดบิต / เครดิต
ยอดรวมสองฝั่งของเอกสาร
สถานะ
สะท้อนความสมดุลระหว่างเดบิตและเครดิต

เอกสารยอดยกมา

เลขที่เอกสาร / จำนวน / ยอดรวม
รายการเอกสารยอดยกมาที่บันทึกไว้
แก้ไขล่าสุดโดย
ผู้แก้ไขล่าสุดของรายการ

ตารางบันทึกบัญชี GL

รหัสบัญชี / Cost Center
ผังบัญชีและCost Centerที่เกี่ยวข้อง
รหัสบัญชีเดิม
อ้างอิงรหัสจากระบบเก่า (ถ้ามี)
เดบิต / เครดิต / หมายเหตุ
ยอดและคำอธิบายของแต่ละรายการ

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?ทรัพย์สินที่ซื้อมาก่อนเริ่มใช้ระบบ Nested (ยอดยกมา) ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาย้อนหลังให้เองหรือไม่

สำหรับทรัพย์สินที่เกิดขึ้นก่อนวันเริ่มต้นบันทึกบัญชีในระบบ Nested ระบบจะไม่สามารถรันคำนวณค่าเสื่อมราคาย้อนหลังให้อัตโนมัติได้ ต้องอัปโหลดข้อมูลทรัพย์สินยกมา (พร้อมค่าเสื่อมสะสมที่คำนวณไว้แล้วนอกระบบ) เข้าระบบผ่าน Template อัปโหลดของระบบ (Master - NESTED Asset Template) เท่านั้น

?เอกสารสมุดรายวันสิ้นปี (YJ) ต้องทำเมื่อไหร่ และมีผลอย่างไรกับยอดยกมา/งบสิ้นงวด

ต้องสร้างเอกสาร YJ ก่อนล็อคงวดบัญชีของปีนั้น โดยใช้วันที่เอกสารเป็นวันที่ 31/12 ของปีนั้น เพื่อปิดยอดรายได้/ค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีกำไรขาดทุนให้ถูกต้อง หากไม่สร้าง YJ ก่อนล็อคงวด ยอดยกไปของปีถัดไปจะแสดงผิด เอกสาร YJ จะกลับรายการ (reverse) เฉพาะบัญชีในหมวด 4 (รายได้) และหมวด 5 (ค่าใช้จ่าย) เท่านั้น จึงทำให้บัญชีหมวด 4 และ 5 ไม่แสดงยอดสิ้นงวดอีกหลังบันทึก YJ (หากต้องการตรวจสอบยอดก่อนมี YJ ต้องยกเลิกเอกสาร YJ ก่อน) แนะนำให้ปิดเอกสาร YJ ทุกปีหลังตรวจสอบความถูกต้องแล้ว เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลย้อนหลังที่อาจกระทบยอดยกมาและงบการเงินของปีถัดไป

ทรัพย์สิน

4 บทความ

ทรัพย์สิน AssetFAQ 11อัปเดต
i

ทรัพย์สินทุกชิ้นต้องตรวจสอบได้ — ทุกรายการต้องมีผู้ถือครอง มีระบบควบคุมด้วยบาร์โค้ด รองรับการบริหารจัดการเชิงปฏิบัติการ และทำให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง

i

ตัวอย่างการแยกประเภท: การจะบันทึกรายการซื้อเป็นทรัพย์สินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ "เจตนาการซื้อ" ไม่ใช่ชนิดของสินค้า เช่น หากบริษัทขายรถกระบะซื้อรถกระบะมาเพื่อจำหน่ายต่อ ถือเป็นสินค้าคงคลัง หากเช่ารถกระบะมาใช้งานชั่วคราว ถือเป็นค่าใช้จ่าย แต่หากซื้อรถกระบะมาเพื่อใช้ขนส่งสินค้าทั่วไปภายในบริษัทเอง ถือเป็นทรัพย์สินถาวร

i

โดยทั่วไป การสั่งซื้อของที่นำมาใช้ในการดำเนินงานบริษัทในราคามากกว่า 5,000 บาท จะถือว่าเป็นทรัพย์สิน โดยเกณฑ์มูลค่านี้เป็นเพียงแนวทางที่ใช้กันทั่วไป แต่ละบริษัทกำหนดเกณฑ์ของตนเองได้ตามนโยบายบัญชีที่ใช้อยู่ และควรแบ่งแยกประเภททรัพย์สินให้ชัดเจน น้อยหมวดที่สุด เพื่อลดความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี

วิธีสร้างทรัพย์สิน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > ทรัพย์สิน
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก
i

สามารถอัปโหลดทรัพย์สินเป็นชุดผ่านเมนู ตั้งค่า > อัปโหลดข้อมูลหลัก หรือสร้างทรัพย์สินโดยตรงจากเอกสารรับสินค้า/บริการ (GR), ใบตั้งหนี้ (AP), หรือรายการใช้วงเงิน (CV) เมื่อติ๊กช่อง “สินทรัพย์” ในรายการ

วิธีแก้ไขทรัพย์สิน

  1. 1เลือกทรัพย์สินที่ต้องการแก้ไข
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  3. 3แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  4. 4กด บันทึก
i

หากทรัพย์สินมีการคำนวณค่าเสื่อมไปแล้ว ต้องยกเลิกค่าเสื่อมก่อนจึงจะแก้ไขข้อมูลทรัพย์สินได้

วิธีพิมพ์บาร์โค้ด

  1. 1เลือกทรัพย์สินที่ต้องการ
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก พิมพ์บาร์โค้ด
  3. 3กำหนดรูปแบบการพิมพ์ตามต้องการ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไขผู้ถือครอง

  1. 1เลือกทรัพย์สินที่ต้องการเปลี่ยนผู้ถือครอง
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไขผู้ถือครอง
  3. 3ระบุชื่อผู้ถือครองใหม่
  4. 4กด ยืนยัน

วิธีค้นหาทรัพย์สิน

  1. 1กดปุ่มลูกศรในช่องค้นหา
  2. 2ระบุเงื่อนไข: บริษัท, สาขา, รหัสทรัพย์สิน (ระบุช่วงได้), ประเภททรัพย์สิน, ชื่อผู้ถือครอง, Cost Center, สถานะ, สถานะการคำนวณค่าเสื่อม
  3. 3กด ค้นหา

หัวเอกสาร

รหัสทรัพย์สิน
สร้างอัตโนมัติในรูปแบบ AYYXXXX
วันที่ซื้อ / บริษัท-สาขา
ข้อมูลการจัดซื้อทรัพย์สิน
ชื่อ / คำอธิบาย
ชื่อและรายละเอียดของทรัพย์สิน
เอกสารอ้างอิง
อ้างอิงเอกสารต้นทาง เช่น GR, AP, CV
มูลค่าทรัพย์สิน / รูปภาพ / บาร์โค้ด
ข้อมูลมูลค่าและการระบุตัวตนของทรัพย์สิน
ผู้ถือครอง / ที่ตั้ง / Cost Center
ผู้รับผิดชอบ ตำแหน่งจัดเก็บ และCost Center
สถานะ / ระยะเวลารับประกัน
สถานะปัจจุบันและช่วงเวลารับประกันของทรัพย์สิน

ส่วนค่าเสื่อมราคา

ประเภททรัพย์สิน
กำหนดผังบัญชีและวิธีคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณค่าเสื่อม
ติ๊กหากต้องการคำนวณค่าเสื่อมราคา
วันที่เริ่มคำนวณ
วันที่เริ่มคำนวณค่าเสื่อม
วิธีคำนวณค่าเสื่อม
รองรับวิธีเส้นตรง (Straight-line)
มูลค่าซาก / อายุการใช้งาน
มูลค่าคงเหลือเมื่อหมดอายุ และระยะเวลาคิดค่าเสื่อม
วันที่ / ยอดค่าเสื่อมสะสม
ยอดค่าเสื่อมที่คำนวณสะสมถึงปัจจุบัน
มูลค่าปัจจุบัน
มูลค่าคงเหลือหลังหักค่าเสื่อมสะสม

ท้ายเอกสาร

รหัสอ้างอิงระบบเดิม
สำหรับทรัพย์สินที่ย้ายมาจากระบบเก่า
หมายเหตุ / เอกสารแนบ
ข้อมูลเพิ่มเติมและเอกสารประกอบ

คำถามที่พบบ่อย11 ข้อ

?วิธีใช้งาน “สั่งพิมพ์บาร์โค้ดของทะเบียนทรัพย์สิน”

ขั้นแรกตั้งค่ารูปแบบบาร์โค้ดที่เมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > แท็บ

4. ตั้งค่าทรัพย์สิน เลือกรูปแบบบาร์โค้ด แล้วกด บันทึก จากนั้นกลับไปแท็บ

1. ทรัพย์สิน เลือกรายการที่ต้องการ กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข กำหนดรหัสบาร์โค้ดแล้วกด บันทึก พิมพ์บาร์โค้ดทีละรายการ: กลับไปแท็บ 1 เลือก พิมพ์บาร์โค้ด กำหนดรายละเอียดที่แสดง ขนาดกระดาษ และจำนวน แล้วกด OK ตรวจสอบข้อมูลแล้วกด พิมพ์ พิมพ์บาร์โค้ดหลายรายการพร้อมกัน: ติ๊กเลือกรายการที่ต้องการ เลือก พิมพ์บาร์โค้ด กด OK แล้วกด พิมพ์

?วิธี Export รหัสทรัพย์สินออกมาเป็นไฟล์ Excel

เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน ในช่องค่าเสื่อมราคาเลือก “ทั้งหมด” หากต้องการทรัพย์สินทุกรายการในระบบ คลิกขวาที่หัวตารางส่วนทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา เลือก พิมพ์ จากนั้นกด ส่งออก แล้วเลือกตัวเลือก export to Excel

?ทรัพย์สินควรมีปริมาณขั้นต่ำ 1 หน่วย

หากกรอกปริมาณต่ำกว่า 1 หน่วย ระบบจะไม่รองรับการสร้างรหัสทรัพย์สินให้อัตโนมัติ

?ช่องวันที่ซื้อและวันที่เริ่มคำนวณค่าเสื่อมของทรัพย์สินเป็นช่องทึบ แก้ไขจากที่ไหน

เนื่องจากทรัพย์สินถูกสร้างขึ้นมาจากเอกสาร เช่น ใบรับสินค้า/บริการ (GR) ใบตั้งหนี้ (AP) และ/หรือ ใบเบิกวงเงิน (CV) ให้แก้ไขวันที่ซื้อและวันที่เริ่มคำนวณค่าเสื่อมจากวันที่ของเอกสารต้นทางแทน ระบบปิดช่องแก้ไขในหน้าทรัพย์สินไว้เพื่อป้องกันความผิดพลาด ควรระมัดระวังในการแก้ไขวันที่คำนวณค่าเสื่อมไปมา เนื่องจากกระทบต่อการคำนวณค่าเสื่อมราคา

?ทำไมระบบไม่คำนวณค่าเสื่อมราคาให้ตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา และต้องปลดล็อกงวดบัญชีตอนไหน

การคำนวณค่าเสื่อมราคาไม่ทำงานแบบเรียลไทม์ ระบบจะรีเฟรชคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ 1 ครั้งต่อวัน ในช่วงเวลากลางคืน (แนะนำปลดล็อกงวดบัญชีในช่วง 22:00–05:00 น.) แต่หากงวดบัญชีของเดือนนั้นถูกล็อกไว้ รายการค่าเสื่อมราคาจะไม่ถูกคำนวณใหม่ ต้องปลดล็อกงวดบัญชีของทุกเดือนที่ต้องการให้คำนวณใหม่ (การปลดล็อกเพียงเดือนเดียวไม่พอ หากมีหลายเดือนค้างต้องปลดล็อกทุกเดือนที่เกี่ยวข้อง) ระบบจึงจะคำนวณค่าเสื่อมราคาใหม่ให้ในรอบถัดไป หลังคำนวณเสร็จแล้วสามารถล็อกงวดกลับได้ตามปกติ

?หากต้องการขายทรัพย์สิน ต้องทำอย่างไรในระบบ และค่าเสื่อมราคาจะหยุดคำนวณเองหรือไม่

ให้สร้างเอกสารที่เมนูขายทรัพย์สิน (Asset Sale) ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขายแล้วระบบจะหยุดคำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติของทรัพย์สินรายการนั้นทันที หากต้องการให้ระบบรันค่าเสื่อมราคาย้อนหลังใหม่ให้ถูกต้อง (เช่น หลังแก้ไขข้อมูลทรัพย์สินภายหลัง) แนะนำให้ปลดล็อกงวดบัญชีตั้งแต่เดือนที่ขายจนถึงเดือนปัจจุบันไว้ ระบบจะรันค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติในรอบประมวลผลกลางคืนถัดไป

?หลังจากสร้างทรัพย์สินและใส่ราคาแล้ว ทำไมค่าเสื่อมสะสมยังไม่ขึ้น

ค่าเสื่อมราคาสะสมของทรัพย์สิน ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติทุกสิ้นเดือนเท่านั้น (ไม่ใช่ทันทีหลังบันทึกเอกสาร) ยกเว้นกรณีขายทรัพย์สินนั้นระหว่างเดือน ระบบจะคำนวณค่าเสื่อมถึงวันที่ขายให้ นอกจากนี้ ระบบจะคำนวณค่าเสื่อมใหม่ให้เฉพาะในเดือนที่มีการเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลทรัพย์สินรายการนั้นเท่านั้น ทรัพย์สินเดิมที่ไม่มีการแก้ไขในเดือนนั้นจะไม่ถูกคำนวณค่าเสื่อมใหม่ (ค่าเสื่อมที่เคยคำนวณไว้ยังคงมีผลตามปกติ เพียงแต่ช่อง "เวลาคำนวณค่าเสื่อม" จะไม่อัปเดตหากไม่มีการแก้ไขข้อมูล) ดังนั้นหากเพิ่งสร้างทรัพย์สินและใส่ราคาแล้ว ต้องรอถึงสิ้นเดือนจึงจะเห็นค่าเสื่อมสะสมและมูลค่าปัจจุบันลดลง

?เวลาย้ายข้อมูลค่าเสื่อมราคาสะสมยกมาจากระบบเดิมเข้า Nested มีเงื่อนไขอย่างไร

ทุกรายการในข้อมูลที่ใช้อัปโหลดเข้าระบบต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาสะสมได้ผลลัพธ์ถูกต้องตามสูตร (ราคาทุน - ราคาซาก) คูณจำนวนวันที่ใช้งานจริงจนถึงวันตัดยอด หารด้วยจำนวนวันตลอดอายุการใช้งาน ระบบจึงจะยอมให้อัปโหลดข้อมูลได้ หากข้อมูลจากระบบเดิมคำนวณไม่ตรงตามสูตรนี้ ต้องปรับปรุงให้ถูกต้องก่อนอัปโหลด ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจริงให้ปรับปรุงด้วยรายการ JV เพื่อให้ยอดยกมาตรงกับระบบเดิม

?ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินด้วยวิธีใด

ระบบใช้วิธีเส้นตรง (Straight Line) โดยคำนวณตามจำนวนวันใช้งานจริงของทรัพย์สิน ขั้นตอนคำนวณคือ 1) นำมูลค่าทรัพย์สินหักด้วยมูลค่าซาก 2) คำนวณอายุการใช้งานทั้งหมดของทรัพย์สินเป็นจำนวนวัน 3) หาค่าเสื่อมต่อวัน = (มูลค่าทรัพย์สิน - มูลค่าซาก) ÷ จำนวนวันอายุการใช้งานทั้งหมด 4) คูณค่าเสื่อมต่อวันด้วยจำนวนวันที่ใช้งานจริงจนถึงวันที่ต้องการดูรายงาน

?บันทึกสินทรัพย์ซ้ำหรือผิดพลาดในทะเบียน ต้องการลบออก ทำอย่างไร

ระบบไม่สามารถลบรายการทรัพย์สินออกจากทะเบียนได้ เนื่องจากต้องคงประวัติทางบัญชีไว้ แนะนำให้เปลี่ยนสถานะทรัพย์สินรายการนั้นเป็น "Sold" แทนการลบ เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินถูกนำไปคำนวณค่าเสื่อมหรือแสดงผลในรายงานต่อไป

?ต้องการส่งทะเบียนทรัพย์สินและรายงานค่าเสื่อมราคาให้ผู้สอบบัญชี ต้องเข้าเมนูใด และมีรายงานค่าติดตั้งทรัพย์สินหรือไม่

เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน แล้วเลือก "รายงานบัญชี" และ "รายงานค่าเสื่อมราคา" หลังจากเรียกข้อมูลแล้วสามารถ save file เพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้สอบบัญชีใช้งานได้ ทั้งนี้ปัจจุบันระบบยังไม่มีรายงานสำหรับตรวจสอบค่าติดตั้งทรัพย์สินโดยเฉพาะ

ค่าเสื่อมราคา Depreciation (DP)FAQ 1อัปเดต 29/11/2024
i

ค่าเสื่อมราคา คือ ค่าใช้จ่ายที่ทยอยตัดจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่กิจการใช้ประโยชน์และใช้งานได้เกินกว่า 1 ปีขึ้นไป ธุรกิจต้องประมาณอายุการใช้งานของแต่ละทรัพย์สินเพื่อกระจายค่าใช้จ่ายตามงวดบัญชี

i

ตัวอย่าง: สินทรัพย์มูลค่า 100 บาท หากตั้งอายุการใช้งาน 10 ปี จะบันทึกค่าเสื่อมประมาณ 10 บาท/ปี แต่หากตั้งอายุการใช้งาน 20 ปี จะบันทึกค่าเสื่อมเพียงประมาณ 5 บาท/ปี (ต่างกัน 1 เท่า) การกำหนดอายุการใช้งานของสินทรัพย์จึงส่งผลโดยตรงต่อกำไรที่รายงานในแต่ละปี ควรกำหนดให้สอดคล้องกับนโยบายบัญชีของบริษัท

ระบบจะคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติทุกวัน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบระหว่างวัน อัปเดต 7 รอบ (เวลา 10:30, 12:30, 14:20, 16:30, 18:30, 20:30 และ 22:30 น.) และรอบข้ามคืน รันข้อมูล 1 รอบ (ในช่วงเวลา 01:00 - 03:00 น.) หากงวดบัญชีถูกล็อกจะไม่มีการคำนวณใหม่

i

ค่าเสื่อมสะสมสรุปยอดเป็นรายเดือน ยกเว้นกรณีขายทรัพย์สินระหว่างเดือน ระบบจะคำนวณให้ถึงวันที่ขายเท่านั้น

วิธีสร้างค่าเสื่อมราคา (DP)

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > ค่าเสื่อมราคา
  2. 2ระบบจะสร้างรายการค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติตามรอบการคำนวณของระบบ

วิธีแก้ไขค่าเสื่อมราคา (DP)

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > ค่าเสื่อมราคา
  2. 2เลือกรายการค่าเสื่อมที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

วันที่
ตั้งค่าเป็นวันสิ้นเดือนโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนได้
บริษัท/สาขา
แสดงตามข้อมูลอัตโนมัติ

ส่วนทรัพย์สิน

รหัสทรัพย์สิน / ชื่อ / ผู้ถือครอง
แสดงอัตโนมัติตามรหัสทรัพย์สิน
วิธีคำนวณค่าเสื่อม / อายุการใช้งาน (ปี)
แสดงตามข้อมูลทรัพย์สิน
วันที่เริ่มต้น / มูลค่าทรัพย์สิน
แสดงตามข้อมูลทรัพย์สิน
ค่าเสื่อมสะสม / มูลค่าซาก / ค่าเสื่อมงวดนี้
คำนวณโดยระบบอัตโนมัติ

ตารางบันทึกบัญชี GL

รหัสบัญชี
เชื่อมโยงตามการตั้งค่าทรัพย์สิน
เดบิต / เครดิต / CC / หมายเหตุ
ข้อมูลการบันทึกบัญชีของรายการค่าเสื่อม
i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยังงบทดลองและสมุดรายวันทั่วไป

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?คำถามที่พบบ่อย

หากมีการอัปเดตหรือแก้ไขข้อมูลทรัพย์สิน ต้องปลดล็อกงวดบัญชีก่อนจึงจะคำนวณค่าเสื่อมใหม่ได้ เนื่องจากค่าเสื่อมที่คำนวณใหม่จะกระทบยอดบัญชีที่อาจกระทบงบการเงินที่ปิดไปแล้ว (การคำนวณอัตโนมัติตามรอบปกติของระบบไม่ต้องปลดล็อกงวดบัญชี)

ขายสินทรัพย์ Asset SaleFAQ 1อัปเดต

ใช้สำหรับตัดจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่ต้องการหรือเสื่อมสภาพให้ถูกต้องตามหลักบัญชีและภาษี

เหตุผลของการขาย/ตัดจำหน่ายทรัพย์สิน

  • ทรัพย์สินสูญหาย
  • ทรัพย์สินชำรุดใช้งานไม่ได้
  • บริจาค — ทรัพย์สินที่ขายต่อยาก เช่น อุปกรณ์สำนักงานบริจาคให้มูลนิธิ หรือคอมพิวเตอร์เก่าบริจาคให้มูลนิธิกระจกเงา
  • ขาย — เมื่อทรัพย์สินไม่จำเป็นต่อกิจการแล้ว แนะนำให้รีบขายก่อนราคาตลาดลดลงไปอีก
i

สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ สามารถขายผ่านเว็บไซต์รับซื้อคืน เช่น Remobie ได้

วิธีสร้างใบขายสินทรัพย์ (AS)

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > ขายทรัพย์สิน
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

การแก้ไข ยกเลิก และพิมพ์ ทำได้ในลักษณะเดียวกัน โดยเลือกเอกสารที่ต้องการแล้วกดปุ่มดำเนินการ “...” เลือกคำสั่งที่ต้องการ

i

ไม่สามารถแก้ไขเอกสารได้หากงวดบัญชีหรือรายงานกระทบยอดธนาคารถูกล็อกอยู่ ต้องปลดล็อกก่อน

หัวเอกสาร

วันที่เอกสาร
ค่าเริ่มต้นเป็นวันที่ปัจจุบัน แก้ไขได้
บริษัท / สาขา
เลือกบริษัทและสาขาที่ออกเอกสาร
ลูกค้า
ระบุชื่อลูกค้า สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ได้หากยังไม่มี
คำอธิบาย
ระบุรายละเอียดงานเพื่อให้ค้นหาเอกสารในอนาคตง่ายขึ้น

ตารางรายการ

เลขที่ทรัพย์สิน
ระบุเลขที่ของทรัพย์สินที่ต้องการขาย
รูป
แสดงอัตโนมัติตามเลขที่ทรัพย์สิน
ราคาขาย
ระบุราคาที่ต้องการขายทรัพย์สิน (ราคาก่อน VAT)
กำไร (ขาดทุน)
ระบบคำนวณอัตโนมัติ = มูลค่าตามบัญชี − ราคาขาย

ตารางภาษีมูลค่าเพิ่ม

เลขใบกำกับภาษี
ค่าเริ่มต้นตามเลขที่เอกสาร
อัตรา
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตารางชำระเงิน / บันทึกบัญชี GL

วันที่ Statement
วันที่ตัดชำระเงินออกจากบัญชีธนาคาร
รวม
ยอดชำระเงินจากบัญชีธนาคาร
เดบิต / เครดิต
ยอดฝั่งเดบิตและเครดิตของรายการบันทึกบัญชี

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?แนะนำวิธีการสร้างเอกสารขายสินทรัพย์ (AS)

ต้องแยกรายการขายทรัพย์สิน (ที่คิดค่าเสื่อมราคา) กับขายทรัพย์สิน (ที่ไม่คิดค่าเสื่อม) ออกเป็นคนละเอกสาร มิฉะนั้นการคำนวณกำไร/ขาดทุนจะไม่ถูกต้อง สำหรับทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม ระบบจะแสดง “ราคาขาย = กำไร (ขาดทุน)” เนื่องจากไม่มีมูลค่าตามบัญชีให้หักออกจากราคาขาย และเนื่องจากทรัพย์สินประเภทนี้ถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไปแล้วตั้งแต่ซื้อ เมื่อขายจึงต้องบันทึกเป็นรายได้อื่นแทน โดยเปลี่ยนรหัสบัญชี GL จาก 46001 (กำไร/ขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน) เป็น 46003 (รายได้อื่น)

ตั้งค่าทรัพย์สิน Asset SettingsFAQ 1อัปเดต
i

เพื่อตั้งค่าการคำนวณค่าเสื่อมของทรัพย์สินแต่ละประเภท

วิธีตั้งค่าทรัพย์สิน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > ตั้งค่าทรัพย์สิน
  2. 2กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  3. 3กด บันทึก

วิธีแก้ไขตั้งค่าทรัพย์สิน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ทรัพย์สิน > ตั้งค่าทรัพย์สิน
  2. 2แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  3. 3กด บันทึก

รูปแบบบาร์โค้ด

Code 128
เหมาะสำหรับฉลากที่มีพื้นที่จำกัด นิยมในอุตสาหกรรม
EAN 8
ตัวเลขบ่งชี้ผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ เหมาะกับสินค้าขนาดเล็ก
EAN 13
รูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก (หลัก 1-3 รหัสประเทศ, 4-7 รหัสโรงงาน, 8-13 รหัสสินค้า)
QR Code
นิยมเก็บ URL เพื่อเข้าถึงข้อมูลผ่านมือถือ
UPC A
ใช้ในการรับ-ส่งสินค้า เหมาะสำหรับกระดาษลูกฟูก
UPC E
เหมาะสำหรับป้ายบนสินค้าขนาดเล็ก

ประเภททรัพย์สิน / วิธีคำนวณ / อายุการใช้งาน

ประเภททรัพย์สิน
ระบุประเภทของทรัพย์สิน
บัญชีทรัพย์สิน
ระบุผังบัญชีที่เกี่ยวข้อง
ค่าเสื่อมราคา
เลือกหากต้องการคำนวณค่าเสื่อม
บัญชีค่าเสื่อมสะสม
ระบุผังบัญชีค่าเสื่อมสะสม
วิธีคำนวณค่าเสื่อม
รองรับวิธีเส้นตรง (Straight-line)
อายุการใช้งาน
ระบุจำนวนปี

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?ต้องการเพิ่มประเภทสินทรัพย์ (Asset Type) ใหม่ ทำได้เองหรือไม่

สามารถเพิ่มประเภทสินทรัพย์ใหม่ได้ด้วยตนเอง โดยกด "เพิ่มบรรทัด" ที่ด้านล่างของรายการประเภทสินทรัพย์ในหน้าตั้งค่า

สมุดรายวัน

4 บทความ

สมุดรายวันสิ้นปี Year End Journal (YJ)FAQ 2อัปเดต
i

เพื่อบันทึกโอนปิดรายได้-ค่าใช้จ่ายเข้ากำไร(ขาดทุน)สะสมทางบัญชี

การสร้าง แก้ไข และยกเลิก YJ อ้างอิงขั้นตอนแบบเดียวกับเอกสารสมุดรายวันทั่วไป

หัวเอกสาร

วันที่เอกสาร
ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นวันนี้ เปลี่ยนเป็นวันสิ้นปีได้
บริษัท
เลือกบริษัทที่ต้องการออกเอกสาร
ประเภทสมุดรายวัน
ระบุประเภท YJ สมุดรายวันสิ้นปี
ระยะเวลา
แสดงค่าเริ่มต้นตามวันที่เอกสาร

ตารางรายการจะแสดงการบันทึกบัญชีการโอนปิดรายได้-ค่าใช้จ่ายให้อัตโนมัติ ผู้ใช้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วจึงบันทึกรายการ

ท้ายเอกสาร

หมายเหตุ [ภายใน]
คำอธิบายหรือข้อมูลเพิ่มเติม
เอกสารแนบ
แนบเอกสารประกอบ เช่น หลักฐานหรือเหตุผลของการบันทึกบัญชี
i

เอกสารในขั้นตอนนี้เชื่อมโยงต่อไปยังงบทดลองและรายงานสมุดรายวัน

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?วิธีการปิดงบการเงิน

เข้าเมนู รายงานบัญชี ตรวจสอบยอดคงเหลือในงบทดลองของทุกผังบัญชี ณ วันปิดงบให้ถูกต้อง กระทบยอดบัญชีธนาคารกับงบพิสูจน์ยอด (ในเมนูธนาคาร) ณ วันปิดงบ ตรวจสอบยอดลูกหนี้/เจ้าหนี้ให้ตรงกับรายงานยอดคงค้างในเมนูรายงานบัญชี ณ วันปิดงบ ตรวจสอบยอดทรัพย์สินถาวรให้ตรงกับรายงานค่าเสื่อมราคาในเมนูรายงานบัญชี เมื่อตรวจสอบครบทุกส่วนแล้ว จึงออกงบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงินจากเมนูรายงานบัญชี หากงบการเงินแสดงผังบัญชีไม่ครบถ้วน มักเกิดจากการตั้งค่าผังบัญชี Nested ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ตอนติดตั้งระบบ

?ปิดงบสิ้นปีแล้วแต่ยังมีลูกหนี้/เจ้าหนี้ค้างอยู่ ต้นปีรับเงินจริงต้องบันทึกอย่างไรไม่ให้งบทดลองปีเก่าเปลี่ยน

การมีลูกหนี้ค้างรับ/เจ้าหนี้ค้างจ่ายหลังปิดงบสิ้นปีถือเป็นเรื่องปกติ เพราะยอดเหล่านี้คือ "ยอดยกไป" ของปีถัดไป เมื่อต้นปีได้รับเงินจากลูกหนี้จริงหรือจ่ายเงินให้เจ้าหนี้จริง ต้องบันทึกเป็นการ "ตัดยอดหนี้เดิม" เท่านั้น (เดบิตเงินสด/ธนาคาร เครดิตลูกหนี้การค้า) ห้ามรับรู้เป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายใหม่ มิฉะนั้นงบทดลองของปีใหม่จะเปลี่ยนแปลงผิดพลาด

สมุดรายวัน JournalFAQ 3อัปเดต
i

เพื่อออกเอกสารบันทึกบัญชีปรับปรุงรายการทางบัญชี

วิธีสร้างสมุดรายวัน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > สมุดรายวัน > สมุดรายวัน
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไขสมุดรายวัน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > สมุดรายวัน > สมุดรายวัน
  2. 2เลือกเอกสารที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก
i

ต้องปลดล็อกงวดบัญชีก่อนจึงจะสามารถแก้ไขเอกสารได้

การยกเลิกทำได้จากเมนูดำเนินการเลือกแก้ไข แล้วกดลูกศรข้างปุ่มบันทึกเลือกยกเลิก ส่วนการพิมพ์ทำได้จากเมนูดำเนินการเลือกพิมพ์

ค้นหาได้จาก

วันที่ / เลขที่เอกสาร
ระบุช่วงวันที่หรือเลขที่เอกสาร
บริษัท / สาขา / ประเภทสมุดรายวัน
กรองตามหน่วยงานและประเภท
สถานะ / แก้ไขโดย / วันที่แก้ไขล่าสุด
กรองตามสถานะและผู้แก้ไข

หัวเอกสาร

วันที่เอกสาร
ค่าเริ่มต้นเป็นวันที่ปัจจุบัน แก้ไขได้
บริษัท
เลือกบริษัทที่ต้องการออกเอกสาร
ประเภทสมุดรายวัน
ระบุประเภทของสมุดรายวันที่ต้องการสร้าง

ตารางรายการ

ผังบัญชี
ระบุผังบัญชีที่ต้องการบันทึกหรือปรับปรุงบัญชี
เดบิต / เครดิต
ยอดฝั่งเดบิตและเครดิตของรายการ
Cost Center (CC)
ระบุCost Centerที่เกี่ยวข้องกับรายการนี้
หมายเหตุ
คำอธิบายเพิ่มเติมของรายการ

ท้ายเอกสาร

หมายเหตุ [ภายใน]
คำอธิบายหรือข้อมูลเพิ่มเติม
เอกสารแนบ
แนบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง
i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยังงบทดลอง รายงานสมุดรายวัน และ Dashboard กระแสเงินสด (สำหรับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร)

คำถามที่พบบ่อย3 ข้อ

?คำถามที่พบบ่อย

การบันทึกดอกเบี้ยรับที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องบันทึกผ่านสมุดรายวันรับ (RJ) เนื่องจากเอกสารดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม (BC) ไม่มีส่วนสำหรับบันทึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยสร้างจากเมนูบัญชี > สมุดรายวัน > สร้าง เลือกประเภท RJ แล้วบันทึก 2 รายการ:

(1) เดบิตเงินฝากธนาคาร เครดิตดอกเบี้ยรับ

(2) เดบิตภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย เครดิตเงินฝากธนาคาร

?อัปโหลด Journal Voucher (JV) ไม่สำเร็จ ขึ้นข้อความว่ารหัสไม่พบในระบบ ต้องแก้ไขอย่างไร

สาเหตุคือรหัส GL/ผังบัญชีที่ใช้ในไฟล์อัปโหลดยังไม่มีอยู่ในเมนูผังบัญชีของระบบ หรือรหัสที่ใส่ไม่ตรงกับเลขผังบัญชีจริง ต้องเพิ่มผังบัญชีให้ครบก่อนอัปโหลด วิธีสร้างผังบัญชีใหม่ ให้ใช้ปุ่ม "Add next" เพื่อสร้างต่อจากเลขที่ก่อนหน้า

?ต้องการดึงรายงาน GL (สมุดรายวัน) หรืองบทดลองรายเดือนออกมาเป็นไฟล์ เข้าเมนูใด

เข้าเมนูบัญชี > รายงานบัญชี > เลือกหัวข้อที่ต้องการ (งบทดลอง หรือ รายงานสมุดรายวัน) จากนั้นอัพเดทข้อมูล และบันทึกไฟล์เป็น Excel ได้

ประเภทสมุดรายวัน Journal Typeอัปเดต
i

เพื่อแยกประเภทของสมุดรายวันให้ตรวจสอบง่าย

วิธีสร้างประเภทสมุดรายวัน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > สมุดรายวัน > ประเภทสมุดรายวัน
  2. 2กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  3. 3กด บันทึก

วิธีแก้ไขประเภทสมุดรายวัน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > สมุดรายวัน > ประเภทสมุดรายวัน
  2. 2เลือกประเภทสมุดรายวันที่ต้องการแก้ไข
  3. 3แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  4. 4กด บันทึก

รายละเอียดในเอกสาร

เลขที่เอกสาร
ระบุตัวย่อของประเภทสมุดรายวัน ตัวย่อนี้จะปรากฏบนเอกสารเป็นเลขที่เอกสาร เช่น JVXXXXXXX
ประเภท
ระบุชื่อของประเภทสมุดรายวัน
i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยังการเชื่อมโยงรหัสบัญชีและสมุดรายวัน

ล็อกงวดบัญชี Period LockFAQ 3อัปเดต 27/11/2021
i

เพื่อป้องกันการแก้ไขเอกสารหลังการปิดงบของบัญชี

วิธีสร้างล็อกงวดบัญชี

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ล็อกงวดบัญชี
  2. 2ระบบจะสร้างข้อมูลบริษัทอ้างอิงจากการตั้งค่าบริษัทโดยอัตโนมัติ

วิธีแก้ไข/ล็อกงวดบัญชี

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ล็อกงวดบัญชี
  2. 2เลือกบริษัทที่ต้องการแก้ไขหรือล็อกงวดบัญชี
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

งวดบัญชี

ปี
ตั้งค่าเริ่มต้นแสดงอัตโนมัติทุกปี
เดือน 1-12
เลือกเดือน/ปี ที่ต้องการล็อกงวดบัญชี

คำถามที่พบบ่อย3 ข้อ

?ต้องการล็อกไม่ให้แก้ไขตัวเลขบัญชีหลังปิดงวด และล็อกไม่ให้แก้ไขแบบภาษีหลังยื่นแล้ว ทำอย่างไร

การล็อกงวดบัญชีเพื่อไม่ให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลง ทำได้ที่เมนู Period Lock โดยคลิกเลือกเดือนที่ต้องการล็อกให้เป็นสีเหลือง แล้วกดบันทึก ส่วนการล็อกแบบภาษี (VAT/WHT) ให้เข้าเมนู VAT/WHT กด Edit เอกสารภาษีที่ต้องการ แล้วกด Submit แบบภาษีในหน้านั้น ซึ่งจะเป็นการล็อกไม่ให้แก้ไขแบบภาษีที่ยื่นแล้ว

?พบเอกสารปีก่อนบันทึกผิดหลังปิดงบไปแล้ว ควรแก้ไขอย่างไรไม่ให้กระทบงบที่ปิดไปแล้ว

การแก้ไขเอกสารย้อนหลังจะกระทบงบที่ปิดไปแล้วเสมอ ขั้นตอนที่แนะนำคือ 1) ดึงงบทดลอง ณ วันสิ้นปีเดิมเก็บไว้ก่อนแก้ไข 2) แก้ไขเอกสารเดิมให้ถูกต้อง 3) ดึงงบทดลอง ณ วันสิ้นปีเดิมอีกครั้งหลังแก้ไข 4) เปรียบเทียบยอดก่อนและหลัง หากพบยอดคงเหลือแตกต่างกัน ให้นำผลต่างไปปรับปรุงผ่านสมุดรายวันทั่วไป (JV) ณ วันสิ้นปี 5) เมื่อขึ้นต้นปีถัดไป ให้ทำรายการกลับ JV สิ้นปีนั้น

?งวดบัญชีที่ถูกล็อกไว้ ทำไมอัปโหลดเอกสาร Excel เข้าเดือนนั้นไม่สำเร็จ

หากงวดบัญชีของเดือนที่เอกสารอยู่ถูกล็อกไว้ (ปิดงวด) การอัปโหลดเอกสารเข้าเดือนนั้นจะไม่สำเร็จ ต้องปลดล็อกงวดบัญชีของเดือนนั้นก่อน แล้วจึงอัปโหลดไฟล์อีกครั้ง

ภาษี

2 บทความ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม VATFAQ 15อัปเดต 27/11/2021

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีที่ถูกบวกเพิ่มเข้าไปในราคาสินค้าหรือบริการ มีลักษณะเป็นภาษีทางอ้อม ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการเป็นผู้รับภาระเสียภาษี กิจการมีหน้าที่จัดทำรายงานภาษี ยื่นแบบ และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรภายในระยะเวลาที่กำหนด VAT จึงเป็นหนี้สินที่กิจการเรียกเก็บไว้รอนำส่ง ไม่ใช่รายได้ที่เพิ่มขึ้นของกิจการ

ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องชำระ = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ + ภาษีที่ชำระเกินยกมา (ถ้ามี)

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

VAT 7%
ใช้กับธุรกิจทั่วไป เช่น พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ
VAT 0%
สำหรับธุรกิจที่ต้องเสียภาษีอากรซ้ำซ้อน เช่น การส่งออกและขนส่งระหว่างประเทศ บริการข้ามประเทศ ขายให้ภาครัฐ หรือขายระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บน
VAT ยกเว้น
ธุรกิจที่ไม่ต้องจดทะเบียน VAT แม้รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เช่น เกษตรกรรม ขนส่ง ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ จำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์
i

VAT 0% และ VAT ยกเว้นดูคล้ายกัน แต่กิจการที่จดทะเบียนอัตรา 0% ขอคืนภาษีซื้อได้ทั้งหมด ในขณะที่กิจการที่ได้รับยกเว้นทำไม่ได้ เพราะเสมือนเป็นผู้บริโภคคนสุดท้ายที่รับภาระภาษีเต็มจำนวน

ใบกำกับภาษีขายต้องยื่น VAT ให้ตรงเดือนในเอกสารเท่านั้น ส่วนใบกำกับภาษีซื้อสามารถนำมาใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน หากพบใบกำกับภาษีขายตกหล่นต้องรีบยื่นเพิ่มเติมทันที มิฉะนั้นจะมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ล่าช้า

เบี้ยปรับเงินเพิ่ม

เงินเพิ่ม
เกิดจากยื่นแบบล่าช้ากว่ากำหนด คำนวณ 1.5% ต่อเดือนจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ
เบี้ยปรับ
เกิดจากยื่นแบบที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง คำนวณเป็นขั้นบันไดตามระยะเวลา
i

ตัวอย่างการนับอายุใบกำกับภาษีซื้อ 6 เดือน: ใบกำกับภาษีลงวันที่ 15/07 → นับเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ 1, กันยายน 2, ตุลาคม 3, พฤศจิกายน 4, ธันวาคม 5, มกราคมปีถัดไปเป็นเดือนที่ 6 — หมายความว่าใช้ยื่น ภ.พ.30 ได้ถึงเดือนมกราคมเป็นเดือนสุดท้าย

วิธีแก้ไขรายงาน VAT

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > ภาษี > ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  2. 2เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสาร
  5. 5กด บันทึก
i

ระบบจะแสดงรายการเอกสารยื่น VAT ให้อัตโนมัติทุกต้นเดือน เช่น วันที่ 1 มกราคม รายงานภาษีเดือนมกราคมจะปรากฏขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

i

หากงวดบัญชีถูกล็อกต้องปลดล็อกก่อนแก้ไข หากถูกล็อกในรายงานกระทบยอดธนาคารต้องปลดล็อกก่อนเช่นกัน (ยกเว้นการแก้ไขการลงบัญชีที่ผู้มีสิทธิ์เฉพาะสามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องปลดล็อก) และการแก้ไขยอดภาษีต้องแก้ที่เอกสารต้นฉบับแต่ละฉบับ ไม่สามารถแก้จากตารางภาษีได้เนื่องจากเป็นเพียงรายงาน

วิธียื่นภาษี / ถอยเอกสาร / ยื่นเพิ่มเติม

  1. 1ยื่นภาษี: เลือกรายงาน กด “...” แก้ไข ตรวจสอบข้อมูล แล้วกดฝั่งขวาของปุ่มบันทึกเลือก ยื่นภาษี (เปลี่ยนสถานะเป็นยื่นภาษีแล้ว)
  2. 2ถอยเอกสาร: ทำเช่นเดียวกันแล้วเลือก ถอยเอกสาร (เปลี่ยนกลับเป็นรอดำเนินการ ใช้เมื่อยังยื่นภาษีไม่เสร็จ)
  3. 3ยื่นเพิ่มเติม: เลือกรายงานที่มีสถานะยื่นภาษีแล้ว กด “...” เลือก ยื่นเพิ่มเติม ตรวจสอบและบันทึก (ใช้เฉพาะกรณีบันทึกรายการไม่ครบ เพราะมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มตามความล่าช้า)

วิธีพิมพ์รายงาน/แบบยื่นภาษี

  1. 1พิมพ์รายงานภาษีขาย: เลือกรายงาน กด “...” แก้ไข แล้วกดฝั่งขวาของปุ่มบันทึกเลือก พิมพ์รายงานภาษีขาย
  2. 2พิมพ์รายงานภาษีซื้อ: ทำเช่นเดียวกันแล้วเลือก พิมพ์รายงานภาษีซื้อ
  3. 3พิมพ์ ภ.พ.30: ทำเช่นเดียวกันแล้วเลือก พิมพ์ ภ.พ.30
  4. 4พิมพ์ GL: กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก พิมพ์ GL

หัวเอกสาร

วันที่
ตั้งค่าเริ่มต้นทุกสิ้นเดือนภาษี
สาขา
ค่าเริ่มต้นตามบริษัทที่จดทะเบียน VAT อ้างอิงจากตั้งค่าบัญชี
เดือน
ค่าเริ่มต้นตามเดือนภาษี
บันทึกบัญชี
เลือกหากต้องการบันทึกบัญชีปิดภาษีซื้อ-ขาย

ตารางภาษีขาย / ภาษีซื้อ

วันที่ / เลขที่เอกสาร / วันที่ใบกำกับ / VAT No.
ข้อมูลอ้างอิงของแต่ละรายการภาษี
ลูกค้า/คู่ค้า / เลขผู้เสียภาษี / สาขา
ข้อมูลคู่ค้าของเอกสาร
ยอดขาย/ยอดเงิน / ฐานภาษี / VAT
มูลค่าและยอดภาษีของรายการ (แก้ไขในตารางนี้ไม่ได้)
i

ภาษีซื้อแบ่งเป็น 3 ตารางย่อยตามช่วงเวลา: เดือนนี้, เดือนถัดไป, และเกิน 6 เดือน — คลิกขวาที่รายการเพื่อ “ย้ายไปเดือนถัดไป” หรือ “ย้ายไปเดือนนี้” ได้ตามต้องการ ส่วนรายการที่เกิน 6 เดือนจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ภาษีซื้อได้อีก ต้องบันทึกรวมเป็นส่วนหนึ่งของราคาสินค้า/บริการแทน

ตารางชำระเงิน / บันทึกบัญชี GL

วันที่ Statement / ชำระโดย / เลขที่เช็ค
รายละเอียดการชำระเงินผ่านธนาคาร
รหัสบัญชี / เดบิต / เครดิต / CC
รายการบันทึกบัญชีของรอบภาษีนี้
i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยัง Dashboard กระแสเงินสด, งบทดลอง, สมุดรายวันจ่าย, งบพิสูจน์ยอดเงินฝาก

คำถามที่พบบ่อย15 ข้อ

?หากพบข้อความแจ้งเตือนเมื่อบันทึกรายการในตารางภาษี VAT เกิดจากระบบตรวจพบว่ามีการบันทึกภาษีซื้อในสมุดรายวัน JV ซึ่งทำให้ยอดภาษีซื้อในรายงานภาษีต่างจากยอดในรายงานบัญชี GL 11601

ควรตรวจสอบและแก้ไขให้ตรงกันก่อนยื่นภาษี

?ทำไมรายงานภาษีซื้อ-ขายไม่เรียงลำดับตามวันที่เอกสาร

ระบบ Nested เรียงรายการตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร (มาตรา 8 วรรค 2 บรรทัด 3) ซึ่งระบุให้ “ลงรายการเรียงตามลำดับใบกำกับภาษีที่ได้รับ โดยไม่คำนึงว่าใบกำกับภาษีนั้นจะลงวันเดือนปีใด” กล่าวคือเรียงตามลำดับที่ได้รับใบกำกับภาษี ไม่ใช่ตามวันที่ในเอกสาร ระบบจึงเรียงลำดับถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรแล้ว

?ต้องการใส่ส่วนลดเศษสตางค์ตอนยื่นภาษี

สามารถกรอกจำนวนเงินเศษสตางค์ (ส่วนขาดหรือส่วนเกิน) ที่กรมสรรพากรกำหนดให้เป็นส่วนลดได้ในช่อง “ส่วนลด” โดยยอดภาษีที่ต้องชำระจะปรับตามจำนวนส่วนลดที่กรอกโดยอัตโนมัติ

?วิธี Export รายงานภาษีซื้อ/ภาษีขายเป็น Excel แล้วเลขผู้เสียภาษี (Tax ID) เลข 0 นำหน้าหาย

เปิดหน้าพิมพ์ตัวอย่าง (Print Preview) กด Ctrl+A เลือกทั้งหมดแล้ว Ctrl+C คัดลอก จากนั้นวางลง Excel ด้วย Ctrl+V ให้ไปที่คอลัมน์ G (คอลัมน์ Tax ID) เปลี่ยนรูปแบบเซลล์จาก Number เป็น Text แล้ววางข้อมูล (Ctrl+V) อีกครั้ง ข้อมูล Tax ID จะแสดงครบถ้วนถูกต้อง

?หลักการปัดเศษทศนิยมของภาษีมูลค่าเพิ่มตามกรมสรรพากร

(ก) หากเศษทศนิยมตำแหน่งที่สามน้อยกว่า 5 ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง เช่น 7/107×100 = 6.542 บาท ปัดเหลือ 6.54 บาท (ข) หากเศษทศนิยมตำแหน่งที่สามตั้งแต่ 5 ขึ้นไป ให้ปัดเศษขึ้น เช่น 7/107×180 = 11.775 บาท ปัดเป็น 11.78 บาท กรณีใบกำกับภาษีซื้อคำนวณผิด: หากยอด VAT ในใบกำกับมากกว่ายอดที่คำนวณได้ ให้ใช้ยอดที่คำนวณได้ หากยอด VAT ในใบกำกับน้อยกว่ายอดที่คำนวณได้ ให้ยอมรับตามที่ผู้ขายคำนวณผิดมา แต่หากผิดพลาดเกินกว่าระดับทศนิยม (คำนวณผิดพื้นฐาน) จะไม่สามารถใช้ใบกำกับภาษีฉบับนั้นได้

?พิมพ์ ภ.พ.30 แล้วข้อมูลชื่อที่อยู่ไม่แสดง

ปัญหานี้เกิดเฉพาะเมื่อพิมพ์ผ่านเบราว์เซอร์ Chrome หรือ Microsoft Edge วิธีแก้ไข: กดพิมพ์ ภ.พ.30 แล้วเลือกดาวน์โหลดไฟล์แทนการพิมพ์ตรง จากนั้นเปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลดด้วยโปรแกรม Adobe PDF หรือ Foxit PDF ข้อมูลชื่อที่อยู่จะแสดงครบถ้วน

?บันทึกภาษีซื้อเกิน 6 เดือนหมดสิทธิ์ใช้

ระบบตรวจจับข้อมูลภาษีโดยอัตโนมัติ เมื่อระยะห่างระหว่างวันที่ใบกำกับภาษีกับเดือนที่ยื่นภาษีเกิน 6 เดือน ระบบจะเปลี่ยนรหัสบัญชี (GL) จาก “ภาษีซื้อไม่ถึงกำหนด” เป็น “ภาษีซื้อไม่ขอคืน” ซึ่งจัดเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม (ไม่สามารถใช้สิทธิ์ภาษีซื้อได้อีก) โดยระบบดำเนินการให้อัตโนมัติไม่ต้องแก้ไขเอง

?กดยื่นภาษีแล้วระบบแจ้งเตือน “ยอดรวมเดบิตและเครดิตไม่เท่ากัน”

มักเกิดจากยังกรอกรายละเอียดการชำระเงินไม่ครบ วิธีแก้ไข: เข้าไปที่ส่วนบันทึกบัญชี (บันทึกบัญชี) ของรายการภาษีนั้น กรอกรายละเอียดในส่วน “ชำระเงิน” ให้ครบถ้วน แล้วจึงกดยื่นภาษีอีกครั้ง

?วิธีการทำงานของ “ภาษีซื้อ” และ “ภาษีซื้อค้างจ่าย”

ระบบบันทึกภาษีตามวันที่เอกสารโดยอัตโนมัติ เมื่อปิดบัญชีภาษีซื้อ-ขายแล้ว รายการภาษีจะไหลกลับเข้าสู่รายงานตามงวดที่เกี่ยวข้อง กรณีสินค้า: กรอกเลขที่ใบกำกับภาษีในเอกสารรับสินค้า/ตั้งหนี้ (GR/AP) โดยตรงเพื่อป้องกันใบกำกับภาษีตกหล่น กรณีบริการ: บันทึกใบกำกับภาษีในเอกสารจ่ายชำระเงิน (PV) เพื่อกลับรายการ “ภาษีซื้อค้างจ่าย” ให้ถูกต้องตามหลักบัญชี หากบัญชีภาษีถูกปิดไปแล้วเมื่อระบบต้องกลับรายการภาษี ให้ใช้ “รายการปรับปรุงทางบัญชี” (adjusting journal entry) แทน โดยผู้ใช้สามารถปรับปรุงยอดยกมาต้นปีได้ในช่วงสิ้นปี

?ทำไมยอด VAT ที่คำนวณได้ในเอกสาร มีเศษทศนิยมต่างกันเล็กน้อย (เช่น 0.01-0.02 บาท)

ผลต่างเล็กน้อยของยอด VAT เกิดจากวิธีคำนวณที่ต่างจุดกันในระบบ กรณีแรกคือ VAT ในรายการสินค้าแต่ละบรรทัดคำนวณแบบแยกทีละรายการ ในขณะที่ VAT ในหัวข้อสรุปยอดของเอกสารคำนวณจากยอดรวมของทุกรายการก่อนแล้วจึงคิดภาษี กรณีที่สองคือการติ๊กเลือก "Price incl. VAT" (ราคารวม VAT) จะให้ผลการคำนวณ VAT ต่างจากการใส่ยอดก่อน VAT แล้วให้ระบบคำนวณให้ ทั้งสองกรณีถือเป็นพฤติกรรมปกติจากการปัดเศษ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดของระบบ และตามแนวทางกรมสรรพากร เศษสตางค์ที่ไม่เกิน 1 บาทต่อการยื่นภาษีในแต่ละเดือนไม่ถือเป็นประเด็น หากต้องการลดผลต่าง แนะนำไม่ติ๊ก "ราคารวม VAT" แต่ใส่ยอดก่อน VAT แล้วปล่อยให้ระบบคำนวณ VAT ให้แทน

?ลักษณะการแสดงผลของรายงานภาษีซื้อ/ภาษีขาย (การจัดเรียง, การพิมพ์, วันที่อ้างอิง)

รายงานภาษีซื้อจะจัดเรียงเอกสารตามประเภทเอกสารก่อนตามลำดับ ACN, AP, CV, PA, PV แล้วจึงเรียงตามวันที่ภายในแต่ละประเภท และจะแสดงข้อมูลตาม Tax Invoice Date (วันที่ใบกำกับภาษี) ซึ่งอาจเป็นคนละวันที่กับวันที่เอกสารที่ใช้ในงบทดลอง (Trial Balance) ทำให้ยอดหรือวันที่ระหว่างสองรายงานอาจไม่ตรงกัน แม้ระบบบันทึกข้อมูลถูกต้องแล้วก็ตาม นอกจากนี้หน้ารายงานภาษีซื้อขายถูกออกแบบมาให้พิมพ์ในแนวนอนเท่านั้น เพื่อรองรับจำนวนคอลัมน์ภาษีที่มีหลายคอลัมน์ ไม่สามารถปรับเป็นแนวตั้งได้

?ทำไมรายงานภาษีขายแสดงเอกสารทุกใบ แม้บางใบไม่มี VAT จริง (เช่น ใบเรียกเก็บดอกเบี้ย) ตั้งค่าไม่ให้แสดงได้หรือไม่

ระบบออกแบบตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากรที่กำหนดให้ใบกำกับภาษีทุกใบต้องแสดงครบถ้วนในรายงานภาษีขาย เอกสารในเมนูขายแท็บใบแจ้งหนี้ (IV, IS, DN, CN) และแท็บรับเงิน (AI, ABB, RV, RS, RC) ทุกฉบับจะวิ่งเข้ารายงานภาษีขายเสมอ รวมถึงกรณีออก IS/RS เพื่อเรียกเก็บดอกเบี้ย ระบบไม่มีฟังก์ชันให้เลือกไม่แสดงเอกสารใบใดใบหนึ่งในรายงาน หากต้องการตัดรายการที่ไม่ต้องการออก ต้อง Export รายงานเป็น Excel แล้วตัดรายการนั้นออกเอง

?เอกสารไปแสดงในส่วน "ยื่นภาษีเพิ่มเติม" โดยไม่ตั้งใจ หรือมีการยื่นเพิ่มเติมหลายรายการในเดือนเดียว ต้องการรวมเป็นยื่นปกติครั้งเดียว

เอกสารบางใบอาจถูกจัดไปแสดงในส่วน "ยื่นภาษีเพิ่มเติม" ของเดือนนั้นแทนที่จะเป็นการยื่นปกติ หากไม่ได้ตั้งใจ สามารถแก้ไขได้โดยคลิกขวาที่เลขที่เอกสารในหน้ารายงานภาษี แล้วเลือก "Move to Ordinary" (หรือ "ย้ายกลับไปเดือนปกติ") เพื่อย้ายเอกสารกลับเข้ารวมกับการยื่นภาษีปกติของเดือนนั้น

?เลขที่เอกสารในรายงานภาษีขายไม่เรียงต่อกัน (ดูเหมือนกระโดดข้ามลำดับ) เกิดจากอะไร

กรณีเลขที่เอกสารดูเหมือนกระโดดข้ามไป ส่วนใหญ่เกิดจากมีการแยกสาขา โดยแต่ละสาขามีชุดเลขที่เอกสารของตัวเอง ให้ตรวจสอบสาขาของแต่ละเอกสารประกอบการดูรายงาน จะพบว่าเลขที่ยังเรียงถูกต้องภายในแต่ละสาขา

?เอกสารที่ถูกยกเลิกแล้ว เหตุใดจึงกรอกข้อมูล VAT หรือแก้ไขข้อมูลใดๆ ไม่ได้

หากเอกสารมีสถานะ "ยกเลิกแล้ว" ระบบจะไม่อนุญาตให้กรอกหรือบันทึกข้อมูลใดๆ ในเอกสารนั้นอีก เป็นการทำงานปกติของระบบเพื่อป้องกันการแก้ไขเอกสารที่ถูกยกเลิกไปแล้ว

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย Withholding TaxFAQ 9อัปเดต

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (WHT) คือการจัดเก็บภาษีล่วงหน้า ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แล้วนำส่งกรมสรรพากร

บทลงโทษกรณียื่นล่าช้า

ยื่นเพิ่มเติมล่าช้า (มาตรฐาน)
เงินเพิ่ม = ภาษีที่ต้องชำระ × 1.5% × จำนวนเดือนที่ล่าช้า
แบบ 51
เงินเพิ่ม = ภาษีที่ต้องชำระ × 20%
แบบ ภ.ง.ด. 1, 2, 3, 53, 54 (ยื่นเกินกำหนด)
ค่าปรับ 100-200 บาทต่อฉบับ
แบบ 50, 51 (ยื่นเกินกำหนด)
ค่าปรับ 1,000-2,000 บาทต่อฉบับ

ฟังก์ชันหลักในการดำเนินการ

  • แก้ไขรายงาน WHT — เข้าเมนู บัญชี > ภาษี > ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เลือกรายงาน WHT แล้วแก้ไข (ต้องตรวจสอบสถานะล็อกงวดบัญชีก่อน)
  • ยื่นภาษี WHT — เปลี่ยนสถานะจากยื่นแล้วเป็นรอดำเนินการ
  • ถอยเอกสาร — ย้อนสถานะการยื่นเมื่อยังยื่นไม่สมบูรณ์
  • พิมพ์แบบภาษี — ออกเอกสารแบบ ภ.ง.ด. 1, 2, 3, 53 และ 54 หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์
  • พิมพ์ GL — ส่งออกรายการบันทึกบัญชี
  • ยื่นเพิ่มเติม — สำหรับกรณียื่นล่าช้า พร้อมค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
i

ระบบรองรับแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5 แบบ ได้แก่ ภ.ง.ด. 1, ภ.ง.ด. 2, ภ.ง.ด. 3, ภ.ง.ด. 53 และ ภ.ง.ด. 54 แต่ละแบบมีข้อมูลผู้เสียภาษี มูลค่าบริการ อัตราภาษีที่หัก ข้อมูลการชำระเงิน และรายการบัญชีที่เกี่ยวข้อง

i

โครงการ e-Withholding Tax โอนภาระหน้าที่หักภาษีไปให้ธนาคารดำเนินการแทน ช่วยลดภาระงานเอกสารของกิจการ และอาจลดอัตราหัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 2% สำหรับผู้ขายที่เข้าร่วมโครงการ

คำถามที่พบบ่อย9 ข้อ

?วันที่ในใบหัก ณ ที่จ่ายไม่ตรงกับวันที่เช็ค เกิดจากการกรอกวันที่เช็คแล้วไม่ได้อัปเดตวันที่ Statement ให้ตรงกัน (ระบบตั้งวันที่หัก ณ ที่จ่ายตามวันที่ Statement โดยอัตโนมัติ) วิธีแก้ไข: (1) แก้ไขที่ตัวเอกสารโดยตรง

เปลี่ยนวันที่ Statement ในส่วนการชำระเงินให้ตรงกับวันที่เช็คจริง วันที่เช็ค วันที่ชำระเงิน และวันที่หัก ณ ที่จ่ายจะตรงกันทั้งหมด หรือ (2) ปรับผ่านงบพิสูจน์ยอดธนาคารโดยไม่กระทบวันที่หัก ณ ที่จ่าย — เข้าเมนู การเงิน > ธนาคาร > แท็บธนาคาร ติ๊กเลือกเอกสารในงบพิสูจน์ยอด เลือก อัปเดตวันที่ชำระเงิน ระบุวันที่ Statement ใหม่ กด บันทึก แล้วรีเฟรชระบบหนึ่งครั้ง

?วิธีการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม / ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เข้าเมนู บัญชี > ภาษี ซึ่งมีสองเมนูย่อยคือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข จากนั้นกดปุ่มดำเนินการอีกครั้งแล้วเลือก ยื่น กลับไปหน้าหลักเพื่อตรวจสอบว่าสถานะเปลี่ยนเป็น “ยื่นภาษีแล้ว”

?ยอดหัก ณ ที่จ่ายในเอกสารคำนวณเกินมา 1 สตางค์ แก้ไขอย่างไร

ให้รีเซ็ตรายการหัก ณ ที่จ่ายในเอกสารตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1) เปิดแก้ไขเอกสาร 2) ติ๊กรายการ WHT รายการสุดท้ายออก 3) ติ๊กเลือกรายการ WHT เดิมกลับเข้าไปใหม่ (หรือลบยอด WHT ออกแล้วใส่ยอดเดิมกลับ) ระบบจะคำนวณและรีเฟรชยอดใหม่ให้ถูกต้อง

?วันที่หัก ณ ที่จ่าย (WHT date) กำหนดอย่างไร และมีผลต่อรายงานอย่างไร

ระบบไม่อนุญาตให้ตั้งวันที่หัก ณ ที่จ่ายย้อนหลังก่อนวันที่สร้างเอกสาร และรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะแสดงเอกสารตามเดือนที่ตรงกับค่า "WHT date" ที่ตั้งไว้ในเอกสาร PV เท่านั้น หากพบว่ารายการปรากฏในเดือนที่ไม่ถูกต้อง สามารถแก้ไขวันที่ WHT date ในเอกสาร PV ได้โดยตรงเพื่อให้ไปแสดงในรายงานของเดือนที่ต้องการ

?ต้องการยื่นเพิ่มเติมรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเดือนที่ยื่นภาษีไปแล้ว ทำอย่างไร

หากยังไม่ได้ยื่นภาษีของเดือนนั้น ทำตามขั้นตอน 1) เปลี่ยนวันที่หัก ณ ที่จ่ายในเอกสารเป็นเดือนอื่นก่อน 2) กดยื่นภาษีของเดือนปกตินั้นให้เรียบร้อย 3) แก้ไขวันที่หัก ณ ที่จ่ายกลับมาเป็นเดือนเดิม ข้อมูลจะวิ่งเข้าเป็นการยื่นเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ หากเอกสารถูกยื่นภาษีไปแล้วและระบบไม่ให้แก้ไขวันที่ ต้องถอยการยื่นภาษีของเดือนนั้นก่อน แล้วจึงทำตามขั้นตอนเดียวกัน

?เลขที่เอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT no.) ฝั่งขายทำไมไม่รันอัตโนมัติเหมือนฝั่งซื้อ

เป็นความแตกต่างโดยตั้งใจระหว่างสองฝั่ง ฝั่งซื้อ (เมื่อบริษัทเป็นผู้หักคู่ค้า) ระบบจะรันเลขที่ WHT ตามลำดับให้อัตโนมัติ ส่วนฝั่งขาย (เช่น เอกสาร RC ที่ลูกค้าเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากบริษัท) ระบบจะไม่รันเลขที่ให้ เนื่องจากเลขที่หักต้องได้รับมาจากลูกค้า (ผู้หัก) เอง ผู้ใช้ต้องกรอกเลขที่ดังกล่าวเองตามที่ลูกค้าแจ้ง

?ต้องการยื่นไฟล์ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่าน RD Prep หรือพิมพ์สำเนาใบหัก ณ ที่จ่าย ทำได้หรือไม่

หากต้องการนำไฟล์ไปยื่นผ่านโปรแกรม RD Prep ของกรมสรรพากร ในเมนู WHT ข้างปุ่มบันทึกจะมีปุ่ม "พิมพ์แบบออนไลน์" ให้กด ระบบจะดาวน์โหลดไฟล์ text file ซึ่งนำไปใช้ยื่นผ่าน RD Prep ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ระบบยังไม่มีฟังก์ชันสำหรับพิมพ์ "สำเนา" ของเอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต่างจากเอกสารประเภทอื่น (เช่น IS/RS) ที่มีตัวเลือกต้นฉบับ/สำเนาให้เลือก

?คู่ค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา ทำไมติ๊กเลือกยื่น ภ.ง.ด.53 ไม่ได้ และระบบรองรับแบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายใดบ้าง

Nested รองรับแบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ ภ.ง.ด. 1, 2, 3, 53 และ 54 โดย ภ.ง.ด.53 ใช้สำหรับกรณีคู่ค้าเป็นนิติบุคคลเท่านั้น หากคู่ค้าถูกตั้งค่าเป็นบุคคลธรรมดาในระบบ จะไม่สามารถติ๊กเลือกยื่น ภ.ง.ด.53 ได้ (กรณีบุคคลธรรมดาโดยทั่วไปจะใช้ ภ.ง.ด.3 แทน) หากต้องการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า/ประเภทคู่ค้าให้เป็นนิติบุคคลก่อน

?จ่ายภาษี ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 (สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ) ให้กรมสรรพากรแล้ว ต้องบันทึกที่เมนูใด

แนะนำให้สร้างใบตั้งหนี้ (AP) แล้วสร้างใบสำคัญจ่าย (PV) ต่อ โดยบันทึกการชำระโดยเลือกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ "ภาษีค้างจ่าย" แล้วตัดกับบัญชี "ธนาคาร/เงินสด"

รายงาน

6 บทความ

รายงานงบทดลอง Trial Balance ReportFAQ 7อัปเดต

งบทดลองคืองบที่จัดทำขึ้นด้วยการนำยอดดุลในบัญชีแยกประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ด้านเดบิตหรือเครดิต มาคำนวณหายอดคงเหลือ เพื่อการตรวจสอบตามช่วงเวลา เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส

บัญชีแยกประเภทรวบรวมรายการธุรกรรมตามหมวดหมู่หลังการบันทึกสมุดรายวัน เพื่อความเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ ระบบ Nested รวมการจัดประเภทบัญชีแยกประเภทไว้ในรายงานงบทดลองโดยตรง เพื่อความรวดเร็วและสะดวกในการตรวจสอบ

วัตถุประสงค์ของรายงานงบทดลอง

  • สรุปรายการบันทึกบัญชีของกิจการ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของรายการที่บันทึกในแต่ละผังบัญชี

วิธีดู / พิมพ์ / บันทึกรายงาน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > รายงานบัญชี
  2. 2เลือกประเภทรายงานเป็น งบทดลอง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด อัปเดต
  5. 5สำหรับพิมพ์: กดฝั่งขวาของปุ่มอัปเดตแล้วเลือก พิมพ์ (การบันทึกใช้ขั้นตอนเดียวกัน)

ตัวเลือกการค้นหา

ประเภทรายงาน
เลือกงบทดลอง
บริษัท / สาขา
ค่าเริ่มต้นแสดงทุกสาขา เลือกเฉพาะได้
ระยะเวลา
ตั้งค่าเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน แก้ไขได้
ผังบัญชี / Cost Center
กรองผลลัพธ์ตามต้องการ (ไม่บังคับ)
แสดงรายละเอียด
เปิด/ปิดการแสดงรายละเอียดของรายงาน
i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยัง Growth Dashboard, งบกำไรขาดทุน และงบแสดงฐานะการเงิน

คำถามที่พบบ่อย7 ข้อ

?วิธีเรียกงบทดลองแบบ “ไม่มีรายละเอียด”

ในตัวเลือกการค้นหา หากไม่ต้องการให้แสดงรายละเอียดด้านล่างยอดสรุป ให้เว้นว่างไม่ติ๊กช่อง “แสดงรายละเอียด” ระบบจะแสดงเฉพาะยอดสรุปของงบทดลอง หากต้องการให้แสดงรายละเอียดครบถ้วน ให้ติ๊กช่อง “แสดงรายละเอียด” ระบบจะแสดงข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดด้านล่างยอดสรุป

?วิธีการปิดงบการเงิน?

ก่อนปิดงบการเงิน ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้:

(1) เข้าเมนู รายงานบัญชี ตรวจสอบยอดงบทดลอง ณ วันที่ปิดงวดของทุกผังบัญชีให้ถูกต้อง

(2) กระทบยอดบัญชีธนาคารกับ รายงานงบพิสูจน์ยอดเงินฝาก ในเมนูการเงิน

(3) ตรวจสอบยอดลูกหนี้/เจ้าหนี้คงค้างและรายงานอายุหนี้ในเมนูรายงานบัญชี

(4) ตรวจสอบยอดบัญชีทรัพย์สินกับรายงานค่าเสื่อมราคาในเมนูรายงานบัญชี

(5) เมื่อตรวจสอบทุกบัญชีถูกต้องแล้ว ไปที่เมนูรายงานบัญชี เรียกงบกำไรขาดทุน และงบแสดงฐานะการเงิน หากงบการเงินแสดงผังบัญชีไม่ครบถ้วน มักเกิดจากการตั้งค่าผังบัญชีตอนเริ่มใช้งานไม่ครบ

?ทำไมยอดในงบทดลอง (Trial Balance) กับรายงานภาษีซื้อของเอกสารเดียวกันถึงไม่ตรงกัน

รายงานทั้งสองใช้วันที่อ้างอิงต่างกัน งบทดลองแสดงข้อมูลตาม "วันที่เอกสาร" ในขณะที่รายงานภาษีซื้อแสดงข้อมูลตาม "Tax Invoice Date" หากสองวันที่นี้อยู่คนละเดือน ยอดที่ปรากฏในสองรายงานจึงไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นการทำงานปกติของระบบ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด

?ทำไมรายงานรายได้ค้างรับ (GL 11307) ปรากฏยอดวิ่งเข้า 2 วันที่ ดูเหมือนซ้ำกัน

เป็นการทำงานปกติของระบบ ระบบจะกลับบัญชี (reverse) รายการรายได้ค้างรับให้อัตโนมัติ ณ วันที่ Statement Date ที่เลือกไว้ในเอกสาร ทำให้ในรายงานงบทดลองอาจเห็นยอดเข้า-กลับที่ดูเหมือนซ้ำกันสองวันที่ แต่ระบบแสดงข้อมูลถูกต้องตามหลักการกลับบัญชีของงบพิสูจน์ยอด

?ต้องการดูรายงานเงินประกันผลงาน (Retention) และแยกเป็นรายแปลง/รายโครงการ ทำได้อย่างไร

เข้าที่เมนู "บัญชี" แล้วเลือก "ประกันผลงาน" เพื่อดูรายงาน/รายการเงินประกันผลงาน หากไม่พบเมนูนี้ให้แจ้งซัพพอร์ตเพื่อตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง สำหรับการแยกยอดตามแปลง/โครงการ ระบบมีการปรับตารางเงินประกันผลงานให้อ้างอิงตาม Cost Center (CC) ซึ่งให้ผลถูกต้องกว่าการดึงจากรายการรายละเอียดโดยตรง สามารถใช้ Cost Center เพื่อแยกข้อมูลตามแปลง/โครงการที่ต้องการได้

?รายงานลูกหนี้/เจ้าหนี้คงค้าง ไม่ตรงกับงบทดลอง เกิดจากอะไร

สาเหตุมักเกิดจากมีเอกสารสมุดรายวัน (JV) ที่ไปปรับปรุงยอดในผังบัญชีลูกหนี้การค้า/เจ้าหนี้การค้าโดยตรง หรือมีเอกสารประเภทอื่น (เช่น AP/CV) ที่บันทึก GL เป็นลูกหนี้การค้า/เจ้าหนี้การค้า ซึ่งเป็นข้อจำกัดของระบบคือรายงานยอดคงค้างจะไม่ถูกตัดยอดกับเอกสารปรับปรุงเหล่านี้ ทำให้ยอดในรายงานยอดคงค้างกับงบทดลองไม่ตรงกัน วิธีแก้คือให้ล้างยอดออกจากรายงานคงค้างโดยการทำ CN ลดหนี้ หรือรับชำระเงิน ยอดจะถูกตัดออกจากรายงานยอดคงค้างเอง

?เมื่องบทดลอง (Trial Balance) ไม่ดุล มีวิธีหาสาเหตุอย่างรวดเร็วอย่างไร

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1) ปรับ Scope ช่วงเวลาในรายงานให้แคบที่สุดจนเหลือวันที่เดียวที่เห็นผลต่าง 2) ให้ระบบแสดงรายละเอียดของรายงานแล้ว Export/บันทึกรายงาน 3) นำเลขที่เอกสารที่ปรากฏซ้ำในรายงานออกก่อน 4) ใช้สูตร =SUMIF รวมยอด Debit และ Credit แยกกัน 5) นำยอด Debit กับ Credit มาลบกันจะได้ผลต่าง 6) เจาะดูในแต่ละเอกสารที่เกี่ยวข้อง จะเห็นยอดผลต่างที่ตรงกับที่พบ ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากผู้ใช้ปรับแก้ไข GL (ส่วนขาด/ส่วนเกิน) ในเอกสารด้วยตนเองจนเดบิต-เครดิตไม่เท่ากัน จึงควรระมัดระวังในการปรับแก้ไข GL เอง

รายงานสมุดรายวัน Journal Reportอัปเดต 27/11/2021

สมุดรายวัน คือ สมุดที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้น ระบบ Nested รองรับสมุดรายวันพิเศษ 6 ประเภท

ประเภทสมุดรายวันที่รองรับ

  • สมุดรายวันทั่วไป (Journal Voucher)
  • สมุดรายวันซื้อ (Purchase Journal)
  • สมุดรายวันขาย (Sales Journal)
  • สมุดรายวันรับเงิน (Receipts Journal)
  • สมุดรายวันจ่ายเงิน (Cash Payments Journal)
  • สมุดรายวันธนาคาร (Bank Journal)

รายงานนี้ช่วยให้ดูรายงานแบบแยกประเภทสมุดรายวันได้

วิธีดู / พิมพ์ / บันทึกรายงาน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > รายงานบัญชี
  2. 2เลือกประเภทรายงานเป็น รายงานสมุดรายวัน
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด อัปเดต

ตัวเลือกการค้นหา

บริษัท / สาขา
ค่าเริ่มต้นแสดงทุกสาขา
ระยะเวลา
ค่าเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีบัญชีถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน
ประเภทสมุดรายวัน
ระบุประเภทที่ต้องการดู
Cost Center
กรองผลลัพธ์ตามต้องการ (ไม่บังคับ)
รายงานยอดคงค้าง Outstanding Balance ReportFAQ 2อัปเดต 27/11/2021

รายงานยอดคงค้างเป็นรายงานผลดำเนินงานด้านบัญชีเจ้าหนี้และบัญชีลูกหนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

i

ใช้เพื่อตรวจสอบยอดคงค้างของเจ้าหนี้หรือลูกหนี้แต่ละรายว่าถูกต้องและครบถ้วน

วิธีดู / พิมพ์ / บันทึกรายงาน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > รายงานบัญชี
  2. 2เลือกประเภทรายงานเป็น รายงานยอดคงค้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด อัปเดต
  5. 5สำหรับพิมพ์/บันทึก: กดฝั่งขวาของปุ่มอัปเดตแล้วเลือก พิมพ์
i

ระบบจะบันทึกรายละเอียดของรายงานไปด้วยเสมอ ยังไม่รองรับการบันทึกแบบสรุปยอดเพียงอย่างเดียว

ตัวเลือกการค้นหา

ประเภทรายงาน
เลือกรายงานยอดคงค้าง
บริษัท / สาขา
ค่าเริ่มต้นแสดงทุกสาขา
วันที่ยอดคงเหลือ
ค่าเริ่มต้นเป็นวันปัจจุบัน แก้ไขได้
ผังบัญชี / Cost Center
กรองผลลัพธ์ตามต้องการ
แสดงรายละเอียด
เปิดเพื่อแสดงรายละเอียดของเอกสาร

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?เอกสาร IV ที่สร้างก่อน/หลังวันที่เริ่มบันทึกบัญชี (Transition Date) มีผลกับรายงานยอดคงค้างและงบต่างกันอย่างไร

หากไม่ต้องการให้เอกสาร IV แสดงในรายงานยอดคงค้างอีกต่อไป ต้องดึงไปตัดลดหนี้ (CN) หรือยกเลิกเอกสารเท่านั้น ผลกระทบต่องบขึ้นอยู่กับวันที่สร้างเอกสารเทียบกับ "วันที่เริ่มต้นบันทึกบัญชี" (transition date) ของบริษัทในระบบ: เอกสาร IV ที่สร้างขึ้น "ก่อน" วันที่เริ่มบันทึกบัญชี จะไม่แสดงในรายงานงบทดลองอยู่แล้ว จึงไม่กระทบงบ สามารถยกเลิกเอกสารได้โดยตรง ส่วนเอกสาร IV ที่สร้างขึ้น "ในหรือหลัง" วันที่เริ่มบันทึกบัญชี จะแสดงในรายงานงบทดลองและกระทบกับงบ แนะนำให้ Adjust ปรับปรุงยอด หรือทำเอกสารใบลดหนี้ (CN) แทนการยกเลิกตรง ๆ

?หน้ารายงานบัญชี (AR/AP คงค้าง) กรองตามคู่ค้าหรือดูเฉพาะเอกสารค้างชำระได้หรือไม่

หน้ารายงานบัญชีบางหน้ายังไม่มีช่องค้นหาชื่อคู่ค้าให้กรองโดยตรง วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ Export ข้อมูลรายงานทั้งหมดออกมาเป็นไฟล์ แล้วกรองเฉพาะรายการของคู่ค้าที่ต้องการเอง สำหรับการดูเฉพาะเอกสารที่ยังค้างชำระ สามารถใช้ตัวเลือก filter "Outstanding = Yes" ได้ในทุกแท็บของทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ร่วมกับการกรองตามชื่อลูกค้า/คู่ค้าได้

รายงานค่าเสื่อมราคา Depreciation Reportอัปเดต 27/11/2021
i

เพื่อใช้ตรวจสอบการคำนวณค่าเสื่อมราคาและการบันทึกบัญชีเทียบกับรายงานงบทดลอง

วิธีดู / พิมพ์ / บันทึกรายงาน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > รายงานบัญชี
  2. 2เลือกประเภทรายงานเป็น ค่าเสื่อมราคา
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด อัปเดต
  5. 5สำหรับพิมพ์/บันทึก: กดฝั่งขวาของปุ่มอัปเดตแล้วเลือก พิมพ์

ตัวเลือกการค้นหา

ประเภทรายงาน
เลือก ค่าเสื่อมราคา
บริษัท / สาขา
ค่าเริ่มต้นแสดงทุกสาขา
ระยะเวลา
ค่าเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีบัญชีถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน แก้ไขได้
i

ต้องมีข้อมูล 2 ส่วนก่อนจึงจะเห็นรายงานนี้ได้ คือ ข้อมูลทรัพย์สิน และรายการค่าเสื่อมราคาที่บันทึกไว้แล้ว

รายงานภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย Suspend Withholding Taxอัปเดต 27/11/2021

ทำไมต้องมีรายงานนี้

  • ใช้ตรวจสอบรายการภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายประจำปี
  • ใช้สำหรับยื่นภาษีประจำปีเพื่อขอลดหย่อนภาษี

วิธีดู / พิมพ์ / บันทึกรายงาน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > รายงานบัญชี
  2. 2เลือกประเภทรายงานภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด อัปเดต
  5. 5สำหรับพิมพ์/บันทึก: กดฝั่งขวาของปุ่มอัปเดตแล้วเลือก พิมพ์

ตัวเลือกการค้นหา

ประเภทรายงาน
เลือกรายงานภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย
บริษัท
เลือกบริษัทที่ต้องการดูรายงาน
ระยะเวลา
ค่าเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน
รายงานสต๊อก Stock Reportอัปเดต 27/11/2021

ทำไมต้องมีรายงานสต๊อก

  • ใช้สรุปรายการสินค้าคงเหลือ
  • ตรวจสอบการเข้า-ออกของสินค้าจากคลังสินค้า

วิธีดู / พิมพ์ / บันทึกรายงาน

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > รายงานบัญชี
  2. 2เลือกประเภทรายงานเป็น สต๊อก
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด อัปเดต
  5. 5สำหรับพิมพ์/บันทึก: กดฝั่งขวาของปุ่มอัปเดตแล้วเลือก พิมพ์

ตัวเลือกการค้นหา

บริษัท
เลือกบริษัทที่ต้องการดูรายงาน
ระยะเวลา
ค่าเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน
คลังสินค้า / ชื่อสินค้าหรือวัตถุดิบ
กรองผลลัพธ์เฉพาะที่ต้องการ
แสดงรายละเอียด
เปิดเพื่อแสดงรายละเอียดของรายงาน

Cost Center/งบประมาณ

2 บทความ

Cost CenterFAQ 2อัปเดต 18/07/2023
i

เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบเอกสารและงบประมาณได้

ระบบ Nested รองรับCost Center 4 ประเภท

  • สาขา
  • เลขที่เอกสารใบสั่งขาย (SO)
  • แผนก/ฝ่าย
  • ยูนิต (สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์)
i

รายการ Cost Center สามารถถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติได้ตามการตั้งค่าบัญชีของบริษัท

วิธีแก้ไข Cost Center

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > งบประมาณ > Cost Center
  2. 2เลือก Cost Center ที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

ชื่อ / คำอธิบาย
ชื่อและรายละเอียดของCost Center
Cost Center แม่
กำหนดCost Centerแม่ (ถ้ามี)
ควบคุม
กำหนดว่าเป็นหัวข้อควบคุมหรือตำแหน่งจริง
ระงับการใช้งาน
ปิดการใช้งาน Cost Center นี้หากต้องการ
ซิงค์ Cost Center ย่อย
ตั้งค่าให้ Cost Center ย่อยอัปเดตตามรายการแม่
i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยังรายงาน Cost Center และรายงานงบประมาณ (Budget)

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?ประโยชน์จากการใส่ข้อมูลในช่อง CC (Cost Center)

กรณีสร้างใบสั่งขาย (SO) สามารถกรอก “เอกสารปัจจุบัน” (Current doc no.) ในช่อง CC ได้โดยไม่ต้องสร้าง Cost Center แยกไว้ล่วงหน้า ระบบจะสร้าง Cost Center ให้อัตโนมัติตามเลขที่เอกสาร SO นั้น และหากลูกค้าต้องการควบคุมงบประมาณของใบสั่งขาย สามารถกำหนด Cost Center ที่ต้องการลงในช่อง CC ได้โดยตรงเพื่อใช้ตรวจสอบงบประมาณ

?Cost Center ในระบบสร้างและจัดการอย่างไร มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

สร้าง Cost Center ใหม่ได้ที่เมนู บัญชี > งบประมาณ > Cost Center แล้วกดสร้างได้เลย ปัจจุบันไม่สามารถอัปโหลด (bulk upload) Cost Center ผ่านไฟล์ Excel ได้ ต้องคีย์สร้างในระบบเองทีละรายการ นอกจากนี้ระบบออกแบบโครงสร้าง Cost Center ให้สัมพันธ์กับโครงการแบบ 1:1 เท่านั้น ยังไม่รองรับการผูก 1 Cost Center กับหลายโครงการ หากต้องการใช้งานหลายโครงการ แนะนำให้แยกสร้าง Cost Center ใหม่ตามแต่ละโครงการแทน

งบประมาณ Budgetอัปเดต 29/06/2023
i

เพื่อบันทึกการประมาณการของกำไร(ขาดทุน)ที่ต้องการ

วิธีสร้างงบประมาณ

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > งบประมาณ > งบประมาณ
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก
i

สามารถสร้างงบประมาณอัตโนมัติจากเอกสารใบสั่งขาย (SO) ได้ หรือสร้างจากแท็บ 1. Cost Center โดยเลือก Cost Center ที่ต้องการ กดปุ่มดำเนินการเลือก “สร้างงบประมาณ Cost Center” แล้วกรอกรายละเอียดและบันทึก

วิธีแก้ไขงบประมาณ

  1. 1เข้าเมนู บัญชี > งบประมาณ > งบประมาณ
  2. 2เลือก Cost Center ที่ต้องการแก้ไขงบประมาณ
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก
i

สามารถแก้ไขงบประมาณจากแท็บ 1. Cost Center ได้เช่นกัน โดยเลือก Cost Center ที่ต้องการ กดปุ่มดำเนินการเลือก “แก้ไขต้นทุนงบประมาณ” แล้วกรอกรายละเอียดและบันทึก

หัวเอกสาร

บริษัท
เลือกบริษัทที่ต้องการสร้างงบประมาณ
Cost Center
เลือกจากเอกสาร SO หรือ Cost Center ที่สร้างขึ้น
คำอธิบาย
แสดงตามรายละเอียดของ Cost Center
ผู้ใช้งบประมาณ
เลือกผู้ดูแลหรือฝ่ายที่ใช้งบประมาณนี้
ตัวเลือก
เลือก “งบประมาณซื้อ” หรือ “งบประมาณขาย” เมื่อต้องการควบคุมงบประมาณ

งบประมาณซื้อ

ภายใต้งบประมาณ
แบ่งเป็นต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ประมาณการค่าใช้จ่าย
ระบุยอดค่าใช้จ่ายที่ตั้งงบประมาณไว้
อนุญาตให้เกินงบประมาณ
เลือกหากอนุญาตให้บันทึกค่าใช้จ่ายจริงเกินงบประมาณที่ตั้งไว้
แบ่งงบประมาณ
จัดการแบ่งงบประมาณแบบรายเดือนหรือรายปี

งบประมาณรายได้

ยอดงบประมาณรายได้
ระบุยอดรายได้ที่ตั้งงบประมาณไว้
แบ่งงบประมาณ
จัดการแบ่งงบประมาณแบบรายเดือนหรือรายปี
i

หากเลือก Cost Center จากใบสั่งขาย (SO) ระบบจะแสดงค่าเริ่มต้นตามข้อมูลใน SO ให้อัตโนมัติ

i

เอกสารเชื่อมโยงต่อไปยังรายงาน Cost Center และรายงานงบประมาณ (Budget)

คู่มือหมวดอื่น

ยังไม่ได้คำตอบ? แชทกับทีมซัพพอร์ตได้จากในระบบ