Nested / คู่มือการใช้งาน / คลังสินค้า
คู่มือการใช้งาน · Nested
15 บทความ

คลังสินค้า

รวมวิธีใช้งานโมดูลคลังสินค้า ตั้งแต่การตั้งรหัสสินค้า หน่วยนับ และประเภทสินค้า ไปจนถึงการปรับปรุงสต๊อกและบริหารคลัง/ที่ตั้ง

ภาพรวม

1 บทความ

คลังสินค้า (Inventory)อัปเดต 26/11/2021

การบริหารคลังสินค้าดูซับซ้อนและใช้เวลา แต่ระบบที่ดีสามารถลดจำนวนวันสต๊อกได้มากกว่า 20% คลังสินค้าเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่จะกลายเป็นต้นทุนขาย (COGS) เมื่อขายออกไป ซึ่งมักเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด — รวมกับต้นทุนแรงงานไม่ควรเกิน 65% ของยอดขาย

เมนูสินค้าแบ่งออกเป็น 4 ส่วน (แนะนำตั้งค่าย้อนลำดับ 4→3→2→1 เพราะ 1-2 ถูกใช้งานบ่อยที่สุด)

  • 4. ตั้งค่าสินค้า
  • 3. หน่วยนับ
  • 2. ประเภทสินค้า
  • 1. สินค้า (รวมผู้จัดจำหน่ายและราคาขาย)

ประโยชน์ของการบริหารสต๊อกอย่างเป็นระบบ

  • ป้องกันสินค้าค้างสต๊อก (Dead Stock) ที่ทำให้เงินสดจม
  • ทำให้จัดส่งคำสั่งซื้อได้รวดเร็ว
  • เพิ่มอัตรากำไรโดยลดการเทขายล้างสต๊อก
  • ลดการสูญหายและการทุจริตด้วยข้อมูลที่ชัดเจน
  • ลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าปรับเมื่อถูกตรวจสอบ
i

ระบบต้องอัปเดตสต๊อกสินค้าอัตโนมัติแบบ Real-Time

แนวทางวางผังคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

  • ผังแบบตัว U ช่วยรวมพื้นที่รับ-ส่งของไว้ใกล้กัน และใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ เช่น รถโฟล์คลิฟท์
  • แบ่งพื้นที่ชัดเจน: จุดจอดรับสินค้า พื้นที่รับสินค้า พื้นที่จัดเก็บ พื้นที่จัดส่ง และจุดจอดรถขนส่งขาออก
  • กำหนดขั้นตอนเอกสาร ช่วงเวลาและปริมาณสั่งซื้อที่เหมาะสม สินค้าสำคัญและความถี่ในการเคลื่อนไหว รวมถึงการจัดการสินค้าค้างสต๊อกเกิน 1 ปี

แนวทางจัดการสินค้าค้างสต๊อก (Dead Stock)

  • จับมัดรวมขาย (ถุงนำโชค) — รวมสินค้าเก่ากับสินค้าใหม่เป็นชุดสุ่มราคาพิเศษ โดยสร้างรหัสสินค้าใหม่ประเภท “ชุดรวม” บันทึกใบเบิกสินค้า (GO) สำหรับสินค้าเก่า และใบรับสินค้า (GI) สำหรับชุดที่จับคู่แล้ว จากนั้นขายตามขั้นตอนปกติ
  • แถมสินค้าโปรโมชั่น — เพิ่มมูลค่าการซื้อ โดยสินค้าแถมต้องระบุในใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ระบบจะปรับสต๊อกให้อัตโนมัติ
  • เจรจาคืนสินค้ากับผู้ขาย — คืนสินค้าที่เพิ่งซื้อหรือขายได้เป็นประจำให้คู่ค้า มักได้เครดิตไว้ซื้อครั้งถัดไป ผ่านเอกสารใบลดหนี้ซื้อ (ACN) และใบสำคัญจ่าย (PV)
  • บริจาคเพื่อการกุศล — ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ (มาตรา 65 ตรี (3)) ต้องมีใบเบิกสินค้า (GO) ที่ผ่านการอนุมัติจากผู้บริหาร และเอกสารประกอบจากหน่วยงานผู้รับบริจาคครบถ้วน

การตรวจนับสต๊อก

  • ทำได้ทั้งแบบตรวจนับทั้งหมดประจำปี หรือสุ่มตรวจรายเดือน
  • บันทึกข้อมูลในระบบทันทีทุกครั้งเพื่อให้ยอดในระบบตรงกับของจริง
i

ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 87 กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นรายงานสินค้าและวัตถุดิบ หากไม่ยื่นมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 90/3)

ขั้นตอนสุ่มตรวจนับสต๊อก

  1. 1เลือกผู้ตรวจนับที่ไม่เกี่ยวข้องกับพนักงานคลังสินค้า
  2. 2เลือกช่วงเวลาที่ยอดขายน้อย
  3. 3ปิดคลังสินค้า 1 วันเพื่อตรวจนับ
  4. 4พิมพ์แบบฟอร์มตรวจนับโดยไม่แสดงจำนวนหรือมูลค่า
  5. 5กรอกจำนวนที่นับได้จริง
  6. 6ตรวจสอบรายงานผลต่าง
  7. 7ตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขให้ถูกต้อง

ผลการตรวจนับ

สต๊อกจริงน้อยกว่าระบบ (Shortfall)
สรรพากรอาจตีความเป็นการขายที่ไม่แจ้ง ต้องออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี และเสีย VAT พร้อมค่าปรับสูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ
สต๊อกจริงมากกว่าระบบ (Overage)
มีโทษปรับ 1,000-2,000 บาท (อายุความ 1 ปี) และสะท้อนถึงการควบคุมบันทึกข้อมูลที่ไม่รัดกุม

การบริหารสต๊อกแบบแบทช์ใช้ SKU (Stock Keeping Unit) เพื่อสร้างหน่วยย่อยที่สุดของสินค้า แยกตามสี ขนาด น้ำหนัก ความกว้าง ความยาว รสชาติ แบรนด์ และรุ่น โดยเลือก “ตั้งค่า SKU” ที่ระดับรหัสสินค้า กำหนดตัวแปร SKU (เช่น สี: เหลือง ขาว น้ำเงิน ชมพู) แล้วระบบจะสร้างรหัสสินค้าตาม SKU ให้อัตโนมัติ

i

BOM (Bill of Material) จะปรับสต๊อกวัตถุดิบอัตโนมัติเมื่อมีการบันทึกคำสั่งผลิต ทำให้เห็นการใช้วัตถุดิบและวัสดุแบบเรียลไทม์

เอกสารปรับสต๊อกหลัก

ใบเบิกสินค้า (GO) — ลดสต๊อก
เบิกวัตถุดิบเพื่อผลิต ใช้ภายใน ตัวอย่างสินค้าให้ลูกค้า หรือตัดสินค้าเสียหายออกจากสต๊อก
ใบรับสินค้า (GI) — เพิ่มสต๊อก
รับสินค้าสำเร็จรูปจากการผลิต ปรับปรุงจากผลตรวจนับ หรือคืนเศษวัสดุจากการผลิตเข้าคลัง

สินค้า

6 บทความ

สินค้า GoodsFAQ 3อัปเดต 20/10/2023

ทำไมต้องมีข้อมูลสินค้า

  • ใช้เป็นฐานข้อมูลของสินค้า
  • ใช้ในการตรวจสอบสต๊อกสินค้า

วิธีสร้างสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > สินค้า
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไขสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > สินค้า
  2. 2เลือกสินค้าที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

วิธีค้นหาสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > สินค้า
  2. 2กดลูกศรในช่องค้นหาเพื่อกรอกเงื่อนไข
  3. 3ระบุ: ประเภทสินค้า (เลือกได้หลายรายการ), ช่วงรหัสสินค้า, ประเภท (สินค้า/บริการ), ช่วงราคา, สถานะเปิดขาย
  4. 4กด ค้นหา

ข้อมูลชื่อสินค้า

ประเภทสินค้า
ระบุประเภทของสินค้า
รหัส
หากใช้รูปแบบของ Nested ระบบจะสร้างรหัสให้อัตโนมัติ
ชื่อ / คำอธิบาย
ชื่อและรายละเอียดสินค้า
ประเภท
เลือกจากสินค้า บริการ หรือชุดรวมสินค้า
รูปภาพสินค้า
อัปโหลดหากมี
ใช้ระบบสต๊อก
เลือกสำหรับสินค้าที่ต้องการคำนวณต้นทุน
GL สำหรับซื้อ / GL สำหรับขาย
กำหนดผังบัญชีสำหรับธุรกรรมซื้อและขาย
ตั้งค่า SKU
ตั้งค่าหากต้องแยกย่อยตามตัวแปร
อายุการเก็บรักษา
ระบุเป็นปี/เดือน/วัน/ชั่วโมง
บาร์โค้ด
ระบุตามการตั้งค่าสินค้า
วิธีคำนวณต้นทุน
ระบุแนวทางคำนวณต้นทุนสินค้า

SKU (Stock Keeping Unit) ใช้แบ่งย่อยสินค้าตามขนาด สี น้ำหนัก รสชาติ หรือแบรนด์ เหมาะสำหรับสินค้าตัวเดียวกันที่มีตัวแปรต่างกัน

ตัวแปร SKU

คำนำหน้า (Prefix)
ระบุประเภทตัวแปร เช่น ขนาด/สี
รูปแบบการกรอก
เลือกพิมพ์ข้อความอิสระ หรือเลือกจากตัวเลือก
ตัวเลือก
ระบุรายการตัวเลือก คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

รายละเอียด SKU

เลขที่ SKU
สร้างอัตโนมัติหากใช้รูปแบบของ Nested
ชื่อ SKU
ค่าเริ่มต้นตามชื่อสินค้า แก้ไขได้
หัวคอลัมน์
อ้างอิงตามคำนำหน้าตัวแปรที่ตั้งไว้

หน่วยนับ

หน่วย
ระบุชนิดหน่วยนับ
ปริมาณ
ค่าเริ่มต้นเท่ากับ 1
คำอธิบาย
ระบุหมายเหตุ (ถ้ามี)
ค่าเริ่มต้น
กำหนดได้เพียงหน่วยหลักหน่วยเดียว
i

สำหรับสินค้าที่ซื้อเป็นหน่วยใหญ่แต่ขายเป็นหน่วยย่อย ต้องตั้งค่าทุกหน่วยให้ครบเพื่อให้ระบบคำนวณราคาถูกต้องเมื่อมีการเปลี่ยนหน่วย เช่น 1 แพ็ค = 3 ชิ้น

อื่นๆ

ระงับการใช้งาน
ปิดการใช้งานสินค้าหากต้องการ
หมายเหตุ
ระบุหมายเหตุทั่วไป (ถ้ามี)

คำถามที่พบบ่อย3 ข้อ

?ทำไมขึ้นข้อความ "สินค้าต่อไปนี้ไม่ได้ตั้งค่า GL สำหรับต้นทุน" ตอนสร้างเอกสารขาย.

คำเตือนนี้เกิดจากยังไม่ได้กำหนดผังบัญชีในช่อง "GL สำหรับซื้อ" (GL for Cost) ของสินค้านั้น ซึ่งจำเป็นเมื่อบริษัทตั้งค่าระบบบัญชีสินค้าคงคลังแบบ Perpetual (ต้องบันทึกต้นทุนขายทุกครั้งที่มีการขาย) วิธีแก้ไข: เข้าเมนูสินค้า เลือกสินค้าที่แจ้งเตือน กดแก้ไข ไปที่ส่วนข้อมูลสำหรับซื้อ แล้วระบุผังบัญชี "GL สำหรับซื้อ" ให้ครบถ้วน จากนั้นบันทึก

?วิธีอัพเดทแบบฟอร์มปริ้นและรหัสสินค้าเป็นภาษาอังกฤษ.

สำหรับรหัสสินค้า: เข้าเมนูสินค้า เลือกสินค้าที่ต้องการ กดแก้ไข กดลูกศรข้างปุ่มบันทึก เลือก "ภาษา" เปลี่ยนเป็น English แล้วกรอกชื่อ/คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นบันทึก สำหรับแบบฟอร์มปริ้นของเอกสาร (เช่นใบเสนอราคา/ใบสั่งขาย (SO)) ที่ต้องการพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษให้ตรงกับลูกค้า: กรณียังไม่สร้างเอกสาร ให้ไปที่เมนูลูกค้า เลือกลูกค้า กดแก้ไข ตั้งค่าภาษาเป็น English แล้วบันทึก; กรณีสร้างเอกสารแล้ว ให้แก้ไขเอกสารนั้น กดลูกศรข้างปุ่มบันทึก เลือก "แก้ไขข้อมูลลูกค้า" แล้วตั้งค่าภาษาเป็น English และบันทึก

?ทำไมลบหรือแก้ไขรหัสสินค้าออกจากระบบไม่ได้

ระบบไม่มีฟังก์ชันลบรหัสสินค้า เนื่องจากป้องกันปัญหาการลบรหัสสินค้าที่เคยถูกนำไปใช้งานในเอกสารแล้ว ให้ใช้ฟังก์ชัน "ระงับใช้งาน" แทนการลบ นอกจากนี้ รหัสสินค้าที่ถูกนำไปใช้สร้างเอกสารแล้ว (เช่น PO, SO, IV) จะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวรหัสได้อีกเช่นกัน

ผู้จัดจำหน่าย Goods Vendorอัปเดต 26/11/2021

ทำไมต้องมีผู้จัดจำหน่าย

  • เก็บข้อมูลว่าสั่งซื้อสินค้าได้จากผู้จำหน่ายรายไหนบ้าง ด้วยราคาเท่าไหร่ พร้อมรหัสสินค้าของผู้จำหน่าย หน่วยนับ และส่วนลด
  • เก็บประวัติราคาสินค้าของแต่ละผู้จัดจำหน่ายไว้ที่รหัสสินค้า ระบบจะดึงราคาซื้อและส่วนลดมาแสดงอัตโนมัติทุกครั้งที่ทำรายการซื้อ เช่น ใบสั่งซื้อ (PO) เมื่อระบุชื่อคู่ค้ารายนั้น

วิธีสร้างผู้จัดจำหน่าย

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > สินค้า
  2. 2เลือกสินค้าที่ต้องการเพิ่มผู้จำหน่าย
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4กดแท็บย่อย ผู้จำหน่าย
  5. 5กดปุ่ม สร้าง
  6. 6กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  7. 7กด บันทึก

วิธีแก้ไขผู้จัดจำหน่าย

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า
  2. 2เลือกสินค้าที่ต้องการแก้ไขผู้จำหน่าย
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4กดแท็บย่อย ผู้จำหน่าย
  5. 5เลือกผู้จำหน่ายที่ต้องการแก้ไข
  6. 6กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  7. 7แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  8. 8กด บันทึก

หัวเอกสาร

สินค้า
แสดงรหัสและชื่อสินค้าตามค่าเริ่มต้น
คู่ค้า
ระบุชื่อผู้จำหน่ายสินค้า
รหัสสินค้าของคู่ค้า
ระบุรหัสสินค้าของผู้จำหน่ายที่เลือก (ถ้ามี)

ราคา

หน่วย
ค่าเริ่มต้นตามหน่วยนับหลักของสินค้า
ราคา
ระบุราคาต่อหน่วย
ส่วนลด
ระบุส่วนลด (ถ้ามี) เช่น 5%, 10%
คำอธิบาย
ระบุคำอธิบายของราคา เช่น ราคาโปรโมชั่นช่วงปีใหม่
ราคาขายสินค้า Goods Sales PriceFAQ 1อัปเดต

ใช้เก็บข้อมูลว่าสินค้านี้ควรจะขายในช่วงเวลาต่างๆ ด้วยราคาเท่าไหร่ เมื่อสร้างเอกสารขาย เช่น ใบเสนอราคา (QT) หรือใบสั่งขาย (SO) ข้อมูลราคานี้จะถูกดึงมาแสดงให้อัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาดจากการตั้งราคาไม่ตรงกัน

วิธีสร้างราคาขายสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > สินค้า
  2. 2เลือกสินค้าที่ต้องการ
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4กดแท็บย่อย ราคาขาย
  5. 5กดปุ่ม สร้าง
  6. 6กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  7. 7กด บันทึก

การแก้ไขราคาขายทำได้ในลักษณะเดียวกัน โดยเลือกรายการราคาขายเดิมที่ต้องการแก้ไขแทนการสร้างใหม่

รายละเอียดเอกสาร

สินค้า
รหัส/ชื่อสินค้า
หน่วย
หน่วยนับที่ใช้
ราคาต่อหน่วย / ส่วนลด
ราคาขายและส่วนลด (ถ้ามี)
อัตรา VAT / ราคารวม VAT
ระบุอัตราภาษีและว่าราคารวมภาษีแล้วหรือไม่
วันที่เริ่มต้น / วันที่สิ้นสุด
ช่วงเวลาที่ราคานี้มีผล
คำอธิบาย
ระบุรายละเอียดโปรโมชั่นหรือหมายเหตุที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?1 รหัสสินค้า สามารถผูกราคาขาย/ผู้จัดจำหน่ายได้มากกว่า 1 รายหรือไม่

ได้ โดยเข้าไปที่หน้าแก้ไขรหัสสินค้า แล้วเลือกแท็บ "ราคาจำหน่าย/ราคาขายสินค้า" สามารถเพิ่มคู่ค้าได้ทีละราย ทำให้ 1 รหัสสินค้าผูกกับหลายคู่ค้าพร้อมตั้งราคาต่างกันได้

ประเภทสินค้า Goods CategoryFAQ 1อัปเดต

ทำไมต้องมีประเภทสินค้า

  • ใช้ในการสร้างประเภทสินค้า
  • ช่วยจัดกลุ่มสินค้าให้ง่ายต่อการค้นหา

วิธีสร้างประเภทสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > ประเภทสินค้า
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก
i

การตั้งประเภทสินค้าควรคำนึงถึงลักษณะธุรกิจเป็นหลัก

วิธีแก้ไขประเภทสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > ประเภทสินค้า
  2. 2เลือกประเภทสินค้าที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก
i

ไม่สามารถแก้ไขรหัสประเภทสินค้าได้ จนกว่าจะไม่มีสินค้าอยู่ภายใต้รหัสสินค้านั้นๆ แล้ว

วิธีค้นหาประเภทสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > ประเภทสินค้า
  2. 2กดปุ่ม v ที่ช่องค้นหาเพื่อกรอกข้อมูล เช่น บริษัท (เลือกได้มากกว่า 1 รายการ)
  3. 3กด ค้นหา

รายละเอียดข้อมูล

รหัส
รหัสประเภทสินค้า ต้องเป็นตัวเลขเท่านั้น
รหัสอ้างอิงจากระบบเดิม
รหัสสินค้าจากระบบเก่า เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง
ชื่อ
ชื่อประเภทสินค้า
ภายใต้ประเภทสินค้า
ระบุประเภทสินค้าแม่ (ถ้ามี)
บริษัท
บริษัทที่มองเห็นประเภทสินค้านี้

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?สร้างรหัสสินค้าจำนวนมากพร้อมกัน และตอนอัปโหลดต้องระบุ "ประเภทสินค้า"/รหัสสินค้าเองหรือไม่

สามารถใช้ Template ของระบบเพื่ออัปโหลดรหัสสินค้าเข้าระบบพร้อมกันจำนวนมากได้ โดยไปที่เมนูอัปโหลดข้อมูลหลัก เลือก "Goods Master" กดดาวน์โหลด Template กรอกข้อมูลให้ครบ แล้วกดปุ่ม "Upload" แนบไฟล์ที่เตรียมไว้ ในไฟล์อัปโหลดต้องระบุ "ประเภทสินค้า" เสมอ มิฉะนั้นจะอัปโหลดไม่สำเร็จ ส่วน "รหัสสินค้า" ไม่ต้องกรอกเอง ระบบจะรันเลขรหัสให้อัตโนมัติ

หน่วยนับ Goods of MeasurementFAQ 2อัปเดต 27/11/2021
i

ใช้สร้างหน่วยนับตามประเภทธุรกิจและลักษณะสินค้า

วิธีสร้างหน่วยนับ

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > หน่วยนับ
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไขหน่วยนับ

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > หน่วยนับ
  2. 2เลือกหน่วยนับที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก
i

แนะนำให้สร้างหน่วยนับภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ครบถ้วน

วิธีแก้ไขภาษาของหน่วยนับ (ให้แสดงตามเวอร์ชั่นภาษา)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > หน่วยนับ
  2. 2เลือกหน่วยนับที่ต้องการแก้ไขภาษา
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4กดฝั่งขวาของปุ่มบันทึก เลือก ภาษา > ไทย
  5. 5เลือกภาษาที่ต้องการเพิ่ม เช่น English
  6. 6กรอกชื่อหน่วยนับในภาษานั้น
  7. 7กด บันทึก

รายละเอียดในเอกสาร

ชื่อ
ระบุชื่อของหน่วย
คำอธิบาย
ระบุคำอธิบายการใช้หน่วย (ถ้ามี)
ระงับการใช้งาน
เลือกกรณีต้องการระงับหรือปิดการใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?อัปโหลดไฟล์ Excel (เช่น IS/IV/AP) ไม่สำเร็จ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง

สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือรหัสสินค้าที่ระบุในไฟล์ยังไม่มีการตั้งค่าหน่วยนับ (Unit) ในระบบ ต้องเข้าไปเพิ่มหน่วยนับให้กับรหัสสินค้านั้นก่อน แล้วจึงอัปโหลดไฟล์ใหม่อีกครั้งจึงจะสำเร็จ

?หน่วยนับเริ่มต้นของสินค้าอ้างอิงจากบรรทัดไหน และสร้างหน่วยนับใหม่แล้วทำไมยังเลือกใช้ในเอกสารไม่ได้

ระบบจะจับข้อมูลหน่วยนับที่ใช้แสดงเป็นค่าเริ่มต้นจากบรรทัดแรกในรายการหน่วยนับของสินค้านั้น หากต้องการให้หน่วยใดแสดงเป็นค่าเริ่มต้น ให้นำหน่วยนับนั้นย้ายขึ้นมาเป็นบรรทัดแรก และหน่วยนับในแต่ละบรรทัดต้องไม่ซ้ำกัน หากเพิ่งเพิ่มหน่วยนับใหม่แล้วยังไม่ปรากฏให้เลือกในหน้าสร้างเอกสาร ให้ลองออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ก่อนสร้างเอกสารอีกครั้ง

ตั้งค่าสินค้า Goods SettingsFAQ 1อัปเดต

ใช้กำหนดรูปแบบรหัสสินค้า ซึ่งควรตั้งค่าตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นใช้งานระบบ

วิธีตั้งค่าสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้า > ตั้งค่าสินค้า
  2. 2กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  3. 3กด บันทึก
i

สามารถตั้งค่านี้ได้เพียงครั้งเดียว การเปลี่ยนแปลงหลังจากสร้างสินค้าแล้วจะส่งผลกระทบต่อข้อมูลสำคัญของระบบ เช่น รหัสสินค้า

i

การแก้ไขจะถูกจำกัดหลังจากมีการสร้างประเภทสินค้าและรายการสินค้าแล้ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อข้อมูลทั้งระบบ

รายละเอียดการตั้งค่า

รหัสกำหนดเอง
เลือก “ใช่” เพื่อกรอกรหัสเอง หรือ “ไม่” เพื่อให้ระบบสร้างให้อัตโนมัติ (แนะนำเพื่อความถูกต้อง)
รูปแบบรหัสประเภทสินค้า
รูปแบบ xx.xx.xx.xx
รูปแบบรหัสสินค้า
รูปแบบ yyyy
รูปแบบรหัส SKU
รูปแบบ zz สำหรับหน่วยย่อยที่สุด เช่น สี ขนาด น้ำหนัก
ทศนิยมราคา
กำหนดตายตัวที่ 2 ตำแหน่ง ไม่สามารถแก้ไขได้
ทศนิยมจำนวน
โดยทั่วไป 2 ตำแหน่ง ธุรกิจเฉพาะทางสามารถขอความละเอียดเพิ่มได้
ราคารวม VAT
เลือก “ใช่” หากราคารวมภาษีแล้ว หรือ “ไม่” หากยังไม่รวม

รูปแบบบาร์โค้ดที่รองรับ

Code 128
เหมาะกับฉลากอุตสาหกรรมขนาดเล็ก
EAN 8
เหมาะกับสินค้าขนาดเล็ก
EAN 13
รูปแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
QR Code
จัดเก็บ URL เพื่อเข้าถึงผ่านมือถือ
UPC A
ใช้ในคลังสินค้า/การขนส่งอุตสาหกรรม
UPC E
เหมาะกับป้ายสินค้าขนาดเล็ก

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?ทำไมสร้าง/บันทึกใบกำกับภาษี (IV) ไม่ได้ ระบบฟ้องปัญหาที่รหัสสินค้า

ปัญหานี้เกิดจากรหัสสินค้าที่ใช้ในเอกสารยังไม่ได้กำหนดข้อมูล "GL for Cost (Perpetual)" ไว้ หากบริษัทบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบ Perpetual ต้องให้ผู้มีสิทธิ์แก้ไขรหัสสินค้ากำหนดค่า GL for Cost ในรหัสสินค้านั้นก่อน จึงจะสร้างเอกสาร IV ได้ กรณีไม่ได้ใช้วิธีบันทึกแบบ Perpetual แนะนำเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือเป็น Periodic แทน

สต๊อก

6 บทความ

สต๊อก StockFAQ 9อัปเดต 12/12/2024
i

สต๊อกเป็นรายงานจำนวนสินค้าในคลังที่จะถูกอัปเดตอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การสร้างหรือบันทึกเอกสารที่กระทบต่อคลังสินค้า หากพบว่าจำนวนสินค้าในคลังไม่ถูกต้อง สามารถปรับปรุงจำนวนได้

ระบบจะสร้างข้อมูลสต๊อกอัตโนมัติเมื่อมีการสร้างเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสินค้าในสต๊อก

วิธีดูสต๊อก

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > สินค้าในคลัง
  2. 2เลือกสินค้าที่ต้องการดู กดปุ่มลูกศรด้านหน้าสินค้า
  3. 3เลือกคลังสินค้าที่ต้องการดูรายละเอียด
  4. 4กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  5. 5แก้ไขข้อมูลตามที่ต้องการ
  6. 6กด บันทึก

วิธีคำนวณสต๊อกใหม่ทั้งหมด

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > สินค้าในคลัง
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก คำนวณใหม่ทั้งหมด
  3. 3ระบุวันที่เริ่มคำนวณใหม่ (ระบบแสดงค่าเริ่มต้น 1 เดือนก่อนหน้า)
  4. 4กด OK
i

ใช้ “คำนวณใหม่ทั้งหมด” ในกรณีที่สต๊อกสินค้าไม่อัปเดตตามเอกสาร

i

การเลือกวันที่เริ่มคำนวณมีผลต่อการดำเนินงานของระบบ ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนยืนยัน

หัวเอกสาร

บริษัท / คลังสินค้า / ที่ตั้ง / สินค้า / ภาพสินค้า
แสดงค่าเริ่มต้นตามรายการที่เลือก ไม่สามารถแก้ไขได้
หน่วย
แสดงค่าเริ่มต้นของหน่วยนับ
สต๊อก
แสดงจำนวนสต๊อกคงเหลือ
จองแล้ว
แสดงจำนวนสินค้าที่ถูกจอง
มีจำหน่าย
แสดงจำนวนที่พร้อมจำหน่าย

รายละเอียดรายการ

วันที่ / เลขที่เอกสาร / แก้ไขโดย
ข้อมูลของเอกสารที่กระทบสต๊อก
ปริมาณ / สต๊อก / จอง
ปริมาณในเอกสาร ผลกระทบต่อสต๊อก และจำนวนที่ถูกจอง (เมื่อเป็นใบสั่งขาย SO)
i

“แสดงรายละเอียดตั้งแต่วันที่” จะแสดงค่าเริ่มต้นย้อนหลัง 1 เดือน หรือ 100 รายการล่าสุด

สัญญาณเตือน

ปริมาณขั้นต่ำ
ระบุปริมาณสินค้าขั้นต่ำที่ควรมีในสต๊อก
ปริมาณสูงสุด
ระบุปริมาณสินค้าสูงสุดที่ควรมีในสต๊อก
การแจ้งเตือนทางอีเมล
ระบุผู้รับแจ้งเตือนเมื่อสต๊อกเกินขอบเขตที่กำหนด

ทำไมต้องบริหารสต๊อกอย่างเป็นระบบ

  • ป้องกันสินค้าค้างสต๊อก (Dead Stock) ที่ขายไม่ออก
  • ทำให้ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้เร็วขึ้น
  • ช่วยเพิ่มอัตรากำไร และลดความสูญเสียจากสินค้าเสื่อมสภาพ/หมดอายุ
  • ลดความเสี่ยงจากบทลงโทษทางภาษีกรณีตรวจนับสต๊อกไม่ตรงกับบัญชี

แนวทางจัดการสินค้าค้างสต๊อก (Dead Stock)

  • ขายเป็นชุด (Bundle/Mystery Bag) — นำสินค้าใหม่มารวมกับสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว จัดเป็นชุดในราคาพิเศษ
  • แถมเป็นของสมนาคุณ — นำสินค้าค้างสต๊อกมาเป็นของแถมเมื่อลูกค้าซื้อครบยอดที่กำหนด เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขาย
  • เจรจาคืนสินค้ากับผู้ขาย — ส่วนใหญ่ผู้ขายจะให้เป็นเครดิตสำหรับซื้อครั้งถัดไป มากกว่าคืนเป็นเงินสด
  • บริจาคให้มูลนิธิ/สมาคม — ต้องมีเอกสารประกอบให้ครบถ้วนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ (ตามประมวลรัษฎากรกำหนดวงเงินหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ)

วิธีตรวจนับสต๊อกแบบสุ่ม

  1. 1เลือกทีมงานที่เป็นกลาง ไม่ได้รับผิดชอบดูแลคลังสินค้านั้นโดยตรง
  2. 2เลือกช่วงเวลาที่มียอดขาย/การเคลื่อนไหวของสินค้าน้อย
  3. 3ปิดคลังสินค้าชั่วคราว 1 วันระหว่างตรวจนับ
  4. 4พิมพ์แบบฟอร์มตรวจนับโดยไม่แสดงจำนวน/มูลค่าที่ควรมีในระบบ เพื่อให้นับจริงโดยไม่มีอคติ
  5. 5บันทึกจำนวนที่นับได้จริง แล้วเทียบกับยอดในระบบ
  6. 6ตรวจสอบสาเหตุของผลต่างที่พบ (ส่วนต่างจากการตรวจนับ)
i

ข้อกำหนดทางกฎหมาย: ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจัดทำรายงานสินค้าคงคลังพร้อมเอกสารประกอบภายใน 3 วันทำการ (มาตรา 82/3, 86 แห่งประมวลรัษฎากร) และต้องจัดทำรายงานสินค้าคงคลังตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 87) หากไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 90/3 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีตรวจพบผลต่างจากการตรวจนับอาจมีค่าปรับเพิ่มเติมตามกฎหมาย ควรปรึกษาผู้ทำบัญชี/ผู้สอบบัญชีของบริษัทเพื่อความถูกต้องในรายละเอียดที่ใช้กับกิจการของท่าน

คำถามที่พบบ่อย9 ข้อ

?สินค้าถูกตัดออกจากสต็อกตอนไหน และทำไมยอด "มีจำหน่าย" ติดลบ

สินค้าจะถูกตัดออกจากสต็อกเมื่อบันทึกเอกสารใบแจ้งหนี้ (IV) ส่วนยอด "มีจำหน่าย" ที่แสดงในระบบคำนวณจากสูตร สต็อกคงเหลือ − ยอดจอง (SO ที่ยังไม่ได้ดึงออกเป็น IV) ดังนั้นหากมียอดจองมากกว่าสต็อกที่มีอยู่จริง ยอดมีจำหน่ายจะแสดงเป็นค่าติดลบได้ ซึ่งเป็นการแสดงผลที่ถูกต้องตามหลักการคำนวณของระบบ ไม่ใช่ความผิดพลาด

?ต้องตั้งค่าอะไรในรหัสสินค้าเพื่อให้ดึงไปใช้ในเอกสารและควบคุมการเข้าสต็อกได้ถูกต้อง

ในหน้ารหัสสินค้าให้ติ๊กตัวเลือก "สำหรับซื้อ" เพื่อให้สามารถคีย์รหัสสินค้านั้นในเอกสารนำเข้าสินค้าได้ ส่วนการที่สินค้าจะวิ่งเข้าสต็อกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเลือก "ใช้ระบบคลังสินค้า" หากตั้งหน่วยนับไว้เพียงหน่วยเดียว ระบบจะไม่มีหน่วยอื่นให้เลือกในเอกสาร ต้องเพิ่มหน่วยนับเข้าไปในรหัสสินค้าก่อน โดยเรียงลำดับหน่วยนับที่มีขนาดใหญ่ที่สุดไว้บรรทัดบนสุด

?รายงานสต็อกและข้อมูลความเคลื่อนไหวสต็อก ดูย้อนหลังได้ไกลแค่ไหน และดูแยกตามประเภทสินค้าได้อย่างไร

เพื่อรักษาประสิทธิภาพของระบบ รายงานสต็อกจะจำกัดช่วงเวลาการเรียกข้อมูลไว้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกช่วงเวลาได้ไม่เกิน 6 เดือน แต่ยอดคงเหลือสินค้าที่แสดงในรายงานจะยังคงเป็นยอดคงเหลือล่าสุดทั้งหมดเสมอ ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงเวลาที่เลือก ส่วนหน้ารายละเอียดความเคลื่อนไหวสต็อก (Stock Movement) ค่าเริ่มต้นจะแสดงข้อมูลย้อนหลังเพียง 1 เดือนจากวันที่เรียกดู หากต้องการดูย้อนไกลกว่านั้น (เช่น ตั้งแต่ต้นปี) ต้องแก้ไขช่วงวันที่ในตัวกรองเอง และหากต้องการดูจำนวนสต็อกคงเหลือแยกตามประเภท/หมวดสินค้า หน้าสินค้าปกติจะกรองตามประเภทได้แต่ไม่แสดงจำนวนคงเหลือ ให้ไปเรียกดูที่รายงาน Power BI Stock แทน

?ระบบยอมให้สต็อกติดลบหรือไม่

ระบบไม่มีการตั้งค่าให้สต็อกติดลบได้ เนื่องจากเป็นการออกแบบของระบบโดยตั้งใจ เพื่อป้องกันปัญหาการทำงาน หากไม่มีสินค้าอยู่ในสต็อกจริง ฝ่ายขายหรือฝ่ายคลังจะไม่สามารถออกเอกสารต่อในระบบได้ ต้องรับสินค้าเข้าระบบก่อนจึงจะออกเอกสารต่อไปได้ ซึ่งอาจทำให้งานล่าช้าในบางกรณีที่สินค้ายังไม่เข้าคลัง

?ทำไมยอดสต็อก/รายงานสต็อกไม่อัปเดตทันที และต้องทำอย่างไรให้ข้อมูลถูกต้อง

เนื่องจากข้อมูลสต็อกสินค้ามีจำนวนมาก การอัปเดตข้อมูลแบบ Real-time จะกระทบประสิทธิภาพของระบบ ระบบจึงออกแบบให้รายงานสต็อกอัปเดตผ่านการรันแบบอัตโนมัติทุกเที่ยงคืน หากต้องการให้ข้อมูลถูกต้องทันที (เช่น หลังแก้ไขรายการที่กระทบสต็อก หรือหลังยกเลิกเอกสารรับสินค้า) ให้กดปุ่ม "คำนวณใหม่" (Recalculate Stock) ซึ่งอยู่บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอสินค้าในคลัง โดยทำได้ 2 วิธี คือ 1) คำนวณใหม่แบบรายตัว เลือกทีละรหัสสินค้า/ทีละคลังสินค้า หรือ 2) กดคำนวณสต็อกทั้งหมดแบบรวม แนะนำให้กดเฉพาะรหัสสินค้าที่ต้องการใช้งานเร่งด่วนก่อน ส่วนรายการอื่นระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติในรอบเที่ยงคืน

?ทำไมขายสินค้าไปแล้วแต่สินค้าไม่ถูกตัดออกจากสต็อก

หากตอนสร้างเอกสาร (เช่น SO, IV) ไม่ได้เลือกรายการจาก "รหัสสินค้า" ในระบบจริง แต่พิมพ์ชื่อ/รหัสสินค้าขึ้นมาเองแบบ Free Text ระบบจะไม่ตัดสต็อกและไม่นำรายการนั้นเข้ารายงานสต็อกให้ วิธีสังเกตว่ารายการใดตัดสต็อกจริง คือ รายการนั้นจะมีรายละเอียด (detail) แสดงเป็นข้อความสีเทาเล็กๆ ใต้ชื่อสินค้า หากไม่มีแสดงว่าไม่ได้ดึงจากรหัสสินค้าในระบบ ปัญหาเดียวกันนี้อาจเกิดได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย เช่น การคีย์รหัสสินค้าแบบ Free Text ตอนบันทึกเอกสารซื้อเข้าก็ทำให้รายการซื้อกับรายการขายของสินค้าเดียวกันไม่ถูกจับคู่กันเช่นกัน วิธีแก้ไขกรณีเอกสารออกไปแล้ว คือต้องยกเลิกเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วแก้ไขเอกสารต้นทางให้ดึงรหัสสินค้าจาก Master Data ใหม่ให้ถูกต้อง ทางที่ดีควรเลือกรหัสสินค้าจากรายการ Master ที่มีอยู่แล้วเสมอเมื่อบันทึกเอกสาร ไม่ควรพิมพ์เอง

?ยกเลิกเอกสาร IV เพื่อแก้ไข SO แล้วดึงเอกสารกลับมา ทำไมสต็อกไม่วิ่งตาม

หลังดึงเอกสาร IV กลับมาแล้ว ให้ใช้งานฟังก์ชัน "Update from SO" ในเอกสาร IV จากนั้นบันทึกเอกสาร IV ซ้ำอีกครั้ง ระบบจะรีเฟรชข้อมูลและ IV จะไปแสดงในรายงานสต็อกให้ถูกต้อง หากเดือนที่เกี่ยวข้องได้ยื่นภาษี VAT ไปแล้ว จำเป็นต้องถอนการยื่นภาษี VAT ของเดือนนั้นก่อน จึงจะสามารถอัปเดตข้อมูลใน IV ได้

?ทำไมออกใบลดหนี้ (CN) แล้วสินค้าไม่กลับเข้าสต็อก

หากเอกสาร CN เลือกเหตุผลการลดหนี้ที่เกี่ยวกับ "ราคา" (price adjustment) จะไม่กระทบกับสต็อกสินค้า หากต้องการให้ CN กระทบสต็อก (สินค้ากลับเข้าคลัง) ต้องเลือกเหตุผลการลดหนี้ประเภทที่เกี่ยวกับการคืนสินค้าแทน

?ต้องการเปลี่ยนรหัสสินค้าเดิมเป็นรหัสใหม่ พร้อมยกยอดสต็อกคงเหลือ ทำอย่างไร

ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้

1. สร้างรหัสสินค้าใหม่เข้าระบบก่อน (อัปโหลดรหัสสินค้า)

2. ยกยอดสินค้าคงเหลือไปยังรหัสใหม่โดยอัปโหลดผ่านเอกสาร Goods Inbound (GI) กำหนดวันที่ให้ตรงกับเอกสาร GO ที่จะทำในขั้นถัดไป

3. ปรับยอดสินค้าคงเหลือของรหัสเดิมให้เป็น 0 โดยอัปโหลดผ่านเอกสาร Goods Outbound (GO) กำหนดวันที่ให้ตรงกับ GI

4. เมื่อยอดรหัสเดิมเป็น 0 แล้ว จึงระงับการใช้งาน (Inactive) รหัสสินค้าเดิมได้ ทั้งนี้เอกสาร Goods Transfer (GT) ใช้สำหรับย้ายสินค้าระหว่างคลังสินค้าเท่านั้น ไม่สามารถใช้สำหรับยกยอดจากรหัสเดิมไปยังรหัสใหม่ได้

ใบเบิกสินค้า Goods Outbound (GO)FAQ 2อัปเดต 26/11/2021

ทำไมต้องมีใบเบิกสินค้า (GO)

  • ใช้สำหรับการเบิกสินค้าออกจากคลัง
  • เป็นหลักฐานยืนยันการเบิกสินค้า ตรวจสอบง่าย

วิธีสร้างใบเบิกสินค้า (GO)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > ปรับปรุงสินค้า
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก สร้างใบเบิกสินค้า (GO)
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก
i

สามารถสร้างใบเบิกสินค้า (GO) ได้จากเมนูคลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > แท็บ 1. สินค้าในคลัง โดยเลือกสินค้าที่ต้องการ แล้วกดปุ่มดำเนินการเลือก “สร้างใบเบิกสินค้า (GO)”

วิธีแก้ไข / ยกเลิกใบเบิกสินค้า (GO)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > ปรับปรุงสินค้า
  2. 2เลือกใบเบิกสินค้า (GO) ที่ต้องการ
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูล หรือกดฝั่งขวาของปุ่มบันทึกเลือกยกเลิก
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

วันที่ / บริษัท-สาขา
ค่าเริ่มต้นเป็นวันนี้ เลือกได้ตามต้องการ
เอกสารอ้างอิง
ระบุเลขที่ใบขอซื้อ PR / ใบรับสินค้า GI / ใบลดหนี้ขาย CN ระบบดึงข้อมูลมาอัตโนมัติ
คลังเก็บสินค้า / ที่ตั้ง
ระบุคลังและตำแหน่งที่ตั้งสินค้า
คำอธิบาย
ระบุรายละเอียดของงานเพื่อใช้ค้นหาในอนาคต
ผู้ส่ง / ผู้รับ
ระบุชื่อผู้ส่งและผู้รับสินค้า (ต้องเป็นบุคลากรในระบบ ไม่สามารถพิมพ์ชื่อบุคคลภายนอกได้)
กระทบต่อสต๊อก
เลือกเพื่อให้สินค้าที่เบิกกระทบรายงานสต๊อก
i

หากค้นหาเลขที่เอกสารอ้างอิงไม่พบ อาจเป็นเพราะ PR ยังไม่ได้รับอนุมัติ, PR ถูกนำไปสร้าง PO แล้ว, หรือผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์เห็น PR ของแผนกนั้น

ตารางรายการ / บันทึกบัญชี GL

รหัส
รหัสหรือรายละเอียดสินค้า เพิ่มรหัสใหม่ได้หากต้องการ
คลังเก็บสินค้า / ที่ตั้ง
ค่าเริ่มต้นตามหัวเอกสาร
CC Cost Center
ระบุอักษรย่อบริษัท สาขา แผนก ใบสั่งขาย หรือยูนิตที่เป็นเจ้าของต้นทุน
ปริมาณ / หน่วย / ราคา / GL
จำนวนที่เบิก หน่วยนับ ราคาต้นทุนอ้างอิง และผังบัญชี
ตารางบันทึกบัญชี GL
รหัสบัญชี เดบิต/เครดิต Cost Center — แสดงเฉพาะเมื่อตั้งค่าบัญชีแบบต่อเนื่อง
i

เอกสารในขั้นตอนนี้เชื่อมโยงต่อไปยังรายงานสต๊อก

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?เอกสาร GO ทำไมไม่มีราคาต่อหน่วยขึ้นมาให้ทันที ต้องกรอกเองหรือไม่

เอกสาร GO ผู้ใช้ระบุเพียงปริมาณสินค้าที่ต้องการปรับปรุงเท่านั้น ราคาต่อหน่วยระบบจะดึงมาจากรายงานสต็อกให้อัตโนมัติ โดยราคานี้จะปรากฏขึ้นมาให้เห็น "หลังจากบันทึกเอกสาร GO" แล้ว ไม่ใช่ก่อนบันทึก

?ทำไมบางครั้งเอกสาร GO ไม่ดึงต้นทุนอัตโนมัติมาแสดง ต้องกรอกตัวเลขต้นทุนเอง

กรณีที่เอกสาร GO ไม่แสดงต้นทุนอัตโนมัติให้ อาจเกิดจากเอกสารรับสินค้าเข้า (GI) ก่อนหน้าไม่ได้ระบุราคาสินค้าไว้ ทำให้ไม่มีต้นทุนให้ระบบดึงมาแสดงในเอกสาร GO ที่ตามมา ควรตรวจสอบและแก้ไขเอกสาร GI ที่เกี่ยวข้องให้กรอกราคาสินค้าครบถ้วน

ใบรับสินค้า Goods Inbound (GI)FAQ 1อัปเดต

ใบรับสินค้า (GI) ใช้สำหรับการรับสินค้าเข้าคลัง เป็นหลักฐานยืนยันที่ตรวจสอบได้ง่าย

วิธีสร้างใบรับสินค้า (GI)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > ปรับปรุงสินค้า
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก สร้างใบรับสินค้า (GI)
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก
i

สามารถสร้าง GI ได้จากเมนูคลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > แท็บ 1. สินค้าในคลัง โดยเลือกสินค้าที่ต้องการ แล้วกดปุ่มดำเนินการเลือกสร้างใบรับสินค้า (GI)

วิธีแก้ไข / ยกเลิกใบรับสินค้า (GI)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > ปรับปรุงสินค้า
  2. 2เลือก GI ที่ต้องการ
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูล หรือกดฝั่งขวาของปุ่มบันทึกเลือกยกเลิก
  5. 5กด บันทึก

หัวเอกสาร

วันที่ / บริษัท-สาขา
ค่าเริ่มต้นเป็นวันนี้ เลือกได้ตามต้องการ
เอกสารอ้างอิง
ระบุเลขที่ใบเบิกสินค้า (GO) ใบรับสินค้า/บริการ (GR) หรือใบเพิ่มหนี้/ใบตั้งหนี้ (AP) ระบบดึงข้อมูลมาอัตโนมัติ
คลังเก็บสินค้า / ที่ตั้ง
ระบุคลังและตำแหน่งที่ตั้งสินค้า
คำอธิบาย
ระบุรายละเอียดของงานเพื่อใช้ค้นหาในอนาคต
ผู้ส่ง / ผู้รับ
ระบุชื่อผู้ส่งและผู้รับสินค้า (ต้องเป็นบุคลากรในระบบ ไม่สามารถพิมพ์ชื่อบุคคลภายนอกได้)
กระทบต่อสต๊อก
เลือกเพื่อให้สินค้าที่รับเข้ากระทบรายงานสต๊อก

ตารางรายการ / บันทึกบัญชี GL

รหัส
รหัสหรือรายละเอียดสินค้า
คลังเก็บสินค้า / ที่ตั้ง
ค่าเริ่มต้นตามหัวเอกสาร
CC Cost Center
ระบุอักษรย่อบริษัท สาขา แผนก ใบสั่งขาย หรือยูนิตที่เป็นเจ้าของต้นทุน
ปริมาณ / หน่วย / ราคา / GL
จำนวนที่รับเข้า หน่วยนับ ราคาต้นทุนอ้างอิง และผังบัญชี
ตารางบันทึกบัญชี GL
รหัสบัญชี เดบิต/เครดิต Cost Center — แสดงเฉพาะเมื่อตั้งค่าบัญชีแบบต่อเนื่อง
i

เอกสารนี้เชื่อมโยงต่อไปยังรายงานสต๊อก

คำถามที่พบบ่อย1 ข้อ

?ทำเอกสาร GR หรือ GI แล้วสินค้าไม่เข้าสต็อก เกิดจากอะไร

ให้ตรวจสอบการตั้งค่า 4 จุด ได้แก่

(1) บริษัทเปิดใช้บริการคลังสินค้าแล้วหรือไม่

(2) "ที่อยู่การจัดส่ง" ที่ใช้ในเอกสารตั้งเป็นบริการคลังสินค้าหรือไม่

(3) รหัสสินค้านั้นติ๊ก "ใช้ระบบคลังสินค้า" แล้วหรือไม่

(4) เอกสาร GI ติ๊ก "กระทบต่อสต็อก" แล้วหรือไม่ เมื่อแก้ไขครบทั้ง 4 จุดแล้ว ให้กดบันทึกเอกสารใบเดิมซ้ำ (ไม่ต้องสร้างเอกสารใหม่) จากนั้นไปที่เมนูสต็อกและกด "คำนวณใหม่" เพื่ออัปเดตยอด

ใบปรับปรุงต้นทุนสินค้า Goods Cost (GC)FAQ 3อัปเดต
i

ใช้เพื่อปรับปรุงราคาต้นทุนของสินค้า

วิธีสร้างใบปรับปรุงต้นทุนสินค้า (GC)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > ปรับปรุงสินค้า
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก สร้างใบปรับต้นทุนสินค้า (GC)
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไข / ยกเลิก / พิมพ์

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > ปรับปรุงสินค้า
  2. 2เลือก GC ที่ต้องการ
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข, พิมพ์ หรือกดฝั่งขวาของปุ่มบันทึกเลือกยกเลิก

จากค่าใช้จ่าย

เลขที่เอกสาร
ระบุเลขที่เอกสารรายการค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน
GL / ต้นทุนรวม / CC Cost Center
อ้างอิงจากเลขที่เอกสารที่ระบุ
หมายเหตุ
ระบุหมายเหตุของค่าใช้จ่าย

ไปยังสินค้า

เลขที่เอกสาร / รหัส
อ้างอิงเอกสารต้นทุนและรหัสสินค้า
มูลค่าเดิม
แสดงตามข้อมูลรหัสสินค้าปัจจุบัน
ปรับปรุงสินค้า
ระบบคำนวณถัวเฉลี่ยจากค่าใช้จ่ายให้ แก้ไขได้
มูลค่าใหม่
= มูลค่าเดิม + ปรับปรุงสินค้า
หมายเหตุ
ระบุหมายเหตุ (ถ้ามี)

ตารางบันทึกบัญชี GL

รหัสบัญชี
ผังบัญชีที่ผูกกับรหัสสินค้าและคู่ค้าที่เลือก
เดบิต / เครดิต
ยอดฝั่งเดบิต/เครดิต
CC Cost Center / หมายเหตุ
Cost Centerและหมายเหตุเพิ่มเติม
i

เอกสารในขั้นตอนนี้เชื่อมโยงต่อไปยังงบทดลองและรายงานสต๊อก

คำถามที่พบบ่อย3 ข้อ

?ปรับปริมาณสินค้ากับปรับต้นทุนสินค้า ใช้เอกสารเดียวกันหรือไม่ และปรับต้นทุนโดยอ้างอิงจาก CV ได้หรือไม่

การปรับปริมาณสินค้าคงคลังกับการปรับปรุงต้นทุนสินค้าเป็นคนละเอกสารแยกกัน หากต้องการปรับต้นทุนสินค้า ให้ใช้เอกสาร GC (ปรับปรุงต้นทุน) แยกต่างหากจากเอกสารปรับปริมาณ ทั้งนี้ ปัจจุบันเอกสาร GC ยังไม่รองรับการดึงข้อมูลโดยอ้างอิงจากเลขที่เอกสาร CV (หากใส่เลข CV ระบบจะไม่ดึงเอกสารขึ้นมาให้)

?เวลาตัดจ่ายสินค้า ระบบเลือกตัดต้นทุนจากล็อตไหนก่อน เมื่อรับเข้าหลายล็อตราคาต่างกัน

ระบบตัดสต็อกออกตามหลัก FIFO (First In First Out) คือไล่ตัดตามลำดับล็อตที่รับเข้าก่อน ไม่ได้อิงตามวันที่ผู้ใช้เลือกอ้างอิงเอง หากล็อตแรกถูกตัดไปแล้วบางส่วนหรือทั้งหมดจากรายการก่อนหน้า (เช่น การขาย/IV) เมื่อทำเอกสารเบิก (GO) ครั้งถัดไป ระบบจะดึงต้นทุนจากล็อตถัดไปตามลำดับที่ยังมีเหลือมาแสดง หากต้องการให้กลับไปใช้ต้นทุนของล็อตแรก ต้องยกเลิกเอกสารขายที่ตัดล็อตแรกไปก่อน เพื่อให้สต็อกของล็อตนั้นกลับมา แล้วจึงทำเอกสารเบิกก่อนออกเอกสารขายใบใหม่

?เอกสาร GT (โอนย้ายสินค้าระหว่างสาขา/คลัง) ทำไมต้นทุนสินค้าไม่วิ่งตามไป

หากสต็อกคงเหลือของสินค้ารายการนั้น ณ ก่อนทำเอกสาร GT มีค่าเป็น 0.00 ระบบจะไม่สามารถกำหนดหรือคำนวณราคาต้นทุนต่อหน่วยให้กับรายการที่โอนย้ายได้ ทำให้ต้นทุนสินค้าไม่ปรากฏในเอกสาร GT นั้น

โอนสินค้า Goods Transfer (GT)FAQ 2อัปเดต 26/11/2021

ทำไมต้องมีใบโอนสินค้า (GT)

  • ใช้ในกรณีบริษัทมีคลังสินค้ามากกว่า 1 แห่ง และต้องการบันทึกการโอนย้ายสินค้าจากคลัง A ไปคลัง B
  • ใช้ควบคุมการโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง

วิธีสร้างโอนสินค้า (GT)

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > GT โอนสินค้า
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก
i

สามารถสร้างใบโอนสินค้า (GT) ได้จากเมนูคลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > แท็บ 1. สินค้าในคลัง โดยเลือกสินค้าที่ต้องการ แล้วกดปุ่มดำเนินการเลือกสร้างใบโอนสินค้า (GT)

วิธีแก้ไข / ยกเลิก / พิมพ์

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > GT โอนสินค้า
  2. 2เลือกใบโอนสินค้า (GT) ที่ต้องการ
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข, พิมพ์ หรือกดฝั่งขวาของปุ่มบันทึกเลือกยกเลิก

หัวเอกสาร

วันที่ / บริษัท
ค่าเริ่มต้นเป็นวันนี้ เลือกได้ตามต้องการ
คำอธิบาย
ระบุเหตุผลหรือรายละเอียดเพื่อใช้ค้นหาในอนาคต

จากคลังสินค้า / ไปคลังสินค้า

จากคลัง / ที่ตั้ง / ผู้โอน
คลังต้นทาง ตำแหน่งที่ตั้ง และผู้รับผิดชอบคลังต้นทาง
ไปที่คลัง / ที่ตั้ง / ผู้รับ
คลังปลายทาง ตำแหน่งที่จะจัดวาง และผู้รับสินค้าปลายทาง

ตารางรายการ

รหัส
ระบุรหัสสินค้าที่ต้องการย้ายคลัง
ปริมาณ / หน่วย
ระบุจำนวนและหน่วยนับ ตั้งค่าหน่วยเพิ่มได้หากต้องการ
i

เอกสารในขั้นตอนนี้เชื่อมโยงต่อไปยังรายงานสต๊อก

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?เอกสาร GT โอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง คำนวณต้นทุนอย่างไร.

ระบบจะคำนวณต้นทุนสินค้าที่โอนย้ายระหว่างคลังให้อัตโนมัติตามวิธี FIFO หรือ Average Cost (ตามวิธีคำนวณต้นทุนที่ตั้งค่าไว้ที่สินค้า) และแสดงมูลค่าสินค้าที่โอนย้ายในรายงานสต๊อก

?สร้างคลังสินค้าใหม่แล้ว ทำไมพนักงานโอนย้ายสินค้า/ออกเอกสารไม่ได้

หลังจากสร้างคลังสินค้าใหม่แล้ว ต้องเข้าไปที่หน้าแก้ไขข้อมูลบริษัทเพื่อสร้าง "สถานที่ส่งของ" (Delivery Location) เพิ่มอีกหนึ่งขั้นตอน เพื่อให้ระบบมีที่อยู่ผูกกับคลังสินค้านั้น จึงจะสามารถใช้ในการโอนย้ายสินค้าและออกเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

ตรวจสอบสต๊อกอัปเดต

ทำไมต้องมีการตรวจสอบสต๊อก

  • ช่วยอัปเดตสต๊อกในคลังได้ง่ายและสะดวกขึ้น
  • ลดเวลาที่ใช้ค้นหารายการสต๊อกติดลบ
  • ป้องกันความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล
  • ช่วยประสานงานระหว่างแผนกได้ดีขึ้น
  • ติดตามสต๊อกติดลบได้แบบเรียลไทม์
  • สนับสนุนการตัดสินใจเพิ่ม/ลดสินค้า

เข้าถึงได้จากเมนู คลังสินค้า > ตรวจสอบสต๊อก

วิธีสร้างใบรับสินค้า/บริการ (GR) จากรายการที่รอ

  1. 1เลือกรายการที่มี PO ค้างอยู่
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก สร้างใบรับสินค้า/บริการ (GR)
  3. 3ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  4. 4กด บันทึก

วิธีสร้างใบรับสินค้า (GI)

  1. 1เลือกรายการสินค้าที่ต้องการรับเข้าคลัง
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก สร้างใบรับสินค้า (GI)
  3. 3ตรวจสอบและปรับข้อมูลตามต้องการ
  4. 4กด บันทึก

วิธีสร้างโอนสินค้า (GT)

  1. 1เลือกรายการสินค้าที่ต้องการโอนภายในคลังเดียวกัน
  2. 2กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก โอนสินค้า
  3. 3ตรวจสอบและแก้ไขรายละเอียด
  4. 4กด บันทึก

เงื่อนไขการกรอง

วันที่ / บริษัท / สาขา
เลือกช่วงวันที่และหน่วยงานที่ต้องการ
คลังสินค้า / ที่ตั้ง / รหัสสินค้า
ระบุขอบเขตที่ต้องการตรวจสอบ
สถานะ PO ค้างอยู่ / เลขที่ PO
กรองเฉพาะรายการที่มี PO ค้างหรือระบุเลขที่ PO

คลัง/ที่ตั้ง

2 บทความ

คลังเก็บสินค้า WarehouseFAQ 2อัปเดต
i

คลังเก็บสินค้า คือ สถานที่ต่างๆ ที่สินค้าคงคลังจะถูกนำไปวางไว้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคลังสินค้าแบบดั้งเดิมเท่านั้น อาจรวมถึงพื้นที่ฝากขาย เช่น ห้างสรรพสินค้า วัตถุประสงค์คือติดตามได้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นถูกจัดเก็บอยู่ที่ใด

ทำไมต้องมีคลังเก็บสินค้า

  • บริหารจัดการสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้น

วิธีสร้างคลังเก็บสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > คลังเก็บสินค้า
  2. 2กดปุ่ม สร้าง
  3. 3กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  4. 4กด บันทึก

วิธีแก้ไขคลังเก็บสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > คลังเก็บสินค้า
  2. 2เลือกคลังสินค้าที่ต้องการแก้ไข
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  5. 5กด บันทึก

ข้อมูลที่ต้องกรอก

ชื่อย่อ
ชื่อย่อของคลังไม่เกิน 4 ตัวอักษร
ชื่อเต็ม
ชื่อเต็มของคลังสินค้า
บริษัท/สาขา
เลือกหน่วยงานเจ้าของคลัง
ผู้ติดต่อ / ที่อยู่
ข้อมูลผู้รับผิดชอบและที่ตั้งจริง
ระงับการใช้งาน
ปิดการใช้งานคลังนี้หากต้องการ
i

สามารถผูกคลังสินค้าเป็นสถานที่จัดส่งได้ เพื่อให้ระบบบันทึกใบรับสินค้าอัตโนมัติเมื่อเชื่อมโยงกับที่อยู่จัดส่งนั้น

คำถามที่พบบ่อย2 ข้อ

?วิธีตั้งค่าคลังเก็บสินค้าและที่ตั้งแบบครบวงจร

(1) เข้าเมนูคลังสินค้า เลือกสินค้าคงคลัง

(2) กรณีสร้างใหม่กด “สร้างคลังสินค้า” หรือกรณีมีอยู่แล้วกดปุ่มดำเนินการเลือก “แก้ไข”

(3) กรอกแท็บ 1 “สร้างคลังเก็บสินค้า” แล้วบันทึก

(4) ตั้งค่าแถว ชั้นวาง หรือที่ตั้งสินค้าที่แท็บย่อย 2 “ที่ตั้ง” โดยกดปุ่มดำเนินการเพื่อเพิ่มระดับที่ตั้งได้

(5) ตั้งค่าที่อยู่จัดส่งได้ที่เมนู ตั้งค่าระบบ > บริษัท กดปุ่มดำเนินการ แล้วไปแท็บ 3 “สถานที่ส่งของ” เพื่อผูกคลังสินค้าและบันทึก — การตั้งค่านี้จะถูกใช้อัตโนมัติเมื่อสร้างใบแจ้งหนี้หรือใบสั่งขายที่ระบุที่อยู่จัดส่งและที่ตั้งสินค้า และจะแสดงในรายงานสต๊อกเพื่อการติดตาม

?วิธี Inactive คลังสินค้าที่ไม่ใช้งานแล้ว

สามารถตั้งค่าคลังสินค้าที่ไม่ใช้งานแล้วให้เป็นสถานะ "Inactive" ได้จากหน้าจัดการคลังสินค้า เมื่อตั้งค่าแล้วคลังสินค้านั้นจะไม่ถูกแสดงเป็นตัวเลือกในเอกสารต่างๆ (เช่น ใบเสนอราคา) อีกต่อไป

ที่ตั้งสินค้า Locationอัปเดต 26/11/2021
i

ที่ตั้ง คือ พื้นที่บริเวณจัดเก็บสินค้า ในคลังสินค้าอาจแยกพื้นที่เป็น โซน แถว ชั้นวางสินค้า หรือ Log ของสินค้า ช่วยให้ผู้ดูแลคลังทราบได้ทันทีว่าสินค้าถูกจัดเก็บอยู่ที่ใด

ทำไมต้องมีที่ตั้งสินค้า

  • แต่ละคลังมีผังพื้นที่จัดเก็บที่แตกต่างกัน
  • การกำหนดที่ตั้ง (โซน/แถว/ชั้น) ที่ชัดเจนช่วยลดเวลาในการค้นหาสินค้า

ตัวอย่างการกำหนดที่ตั้ง B-02-03: B = โซน B, 02 = แถว 02, 03 = ชั้น 03

i

ควรจัดวางกลุ่มสินค้าขายดีไว้ในตำแหน่งด้านหน้าที่เข้าถึงง่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

วิธีสร้างที่ตั้งสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > คลังเก็บสินค้า
  2. 2เลือกคลังสินค้าที่ต้องการตั้งค่าที่ตั้ง
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4กดแท็บย่อย ที่ตั้ง
  5. 5กดปุ่ม สร้าง
  6. 6กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบ
  7. 7กด บันทึก

วิธีแก้ไขที่ตั้งสินค้า

  1. 1เข้าเมนู คลังสินค้า > สินค้าคงคลัง > คลังเก็บสินค้า
  2. 2เลือกคลังสินค้าที่ต้องการแก้ไขที่ตั้ง
  3. 3กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  4. 4กดแท็บย่อย ที่ตั้ง
  5. 5เลือกที่ตั้งที่ต้องการแก้ไข
  6. 6กดปุ่มดำเนินการ “...” เลือก แก้ไข
  7. 7แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  8. 8กด บันทึก

รายละเอียดข้อมูล

ชื่อที่ตั้ง
ระบุชื่อกำหนดที่ตั้ง
ระดับ
ระบุลำดับชั้นของที่ตั้ง เช่น ระดับ 1 = อาคาร, ระดับ 2 = ชั้นอาคาร, ระดับ 3 = โซน, ระดับ 4 = แถว, ระดับ 5 = ชั้นวาง
ควบคุม
เลือก “ใช่” หากเป็นหัวข้อพื้นที่ (เช่น อาคาร A) หรือ “ไม่” หากเป็นตำแหน่งจัดเก็บจริง
ที่ตั้งแม่
ระบุพื้นที่แม่ เช่น ชั้น 4 ภายใต้อาคาร A
ค่าเริ่มต้น
เลือก “ไม่” เพื่อไม่ใช้เป็นค่าเริ่มต้น หรือ “ใช่” เพื่อกำหนดเป็นค่าเริ่มต้น
ระงับการใช้งาน
เลือก “ไม่” เพื่อใช้งานอยู่ หรือ “ใช่” เพื่อนำออกจากตัวเลือกที่ใช้งานได้

คู่มือหมวดอื่น

ยังไม่ได้คำตอบ? แชทกับทีมซัพพอร์ตได้จากในระบบ